#ชี้เป้า เทียบชัด ๆ 8 แอปฟังเพลง ใช้แอปไหนดีที่สุด?

#ชี้เป้าไลฟ์สไตล์ February 3, 2020

#ชี้เป้า เทียบชัด ๆ 8 แอปฟังเพลง ใช้แอปไหนดีที่สุด?

กิจกรรมแก้เหงาที่ดีที่สุดที่ #ชี้เป้า เชื่อว่า 98.765% ของประชากรบนโลก

จะต้องเลือกการฟังเพลงเป็นกิจกรรมแก้เหงา แก้เบื่อกันแน่ๆ!

🎼🎼🎼

แต่ แอปฟังเพลง เดี๋ยวนี้ก็มีเยอะจนเลือกไม่ถูก แถมบางแอปยังต้องมีค่าใช้จ่ายรายเดือนอีก

#ชี้เป้า เลยจับเอา 8 แอปดังยอดนิยมของ พ.ศ. นี้ มาเปรียบเทียบให้ทุกคนดูชัด ๆ กันไปเลย

หวังว่าคงช่วยใครหลายคนตัดสินใจเลือก แอปฟังเพลง ที่โดนใจที่สุดได้นะ !

🎼🎼🎼

สำหรับหน้าตาการใช้งาน รายละเอียดแต่ละแอป เพื่อน ๆ สามารถคลิกดูตามชื่อแอปที่สนใจได้เลย

ส่วนบทสรุปความแตกต่างของทั้ง 8 แอป เลื่อนลงไปดูได้ที่ท้ายบทความเลยจ้า

Spotify

Spotify

แอปฟังเพลงยอดนิยมระดับโลกที่มีเพลงให้เราเลือกมากมายในระบบมาถึง 30 ล้านเพลง ซึ่งถือว่าเป็นแพลตฟอร์มที่ใหญ่มาก และนอกจากนี้ ยังมีรายการพอดแคสต์ทั้งของไทยและต่างประเทศให้เลือกฟังอีกด้วย

ค่าบริการรายเดือน: ทดลองใช้ฟรี 3 เดือนแรก

ความน่าสนใจของแอป: 👍มีระบบจัดการมิกซ์เพลย์ลิสต์ให้อัตโนมัติจากเพลงที่เราชอบฟัง และแนะนำเพลงที่เราน่าจะชอบได้อย่างฉลาดพอตัว

👍มีเพลงอัปเดตเข้ามาใหม่ ๆ อยู่เสมอ

👍สามารถสร้างเพลย์ลิสต์ของตัวเองและเปิดเป็นสาธารณะเพื่อแชร์ให้ User อื่น ๆ ฟังได้ (ถ้าคนสนใจเพลย์ลิสต์ของเราก็จะมากดติดตามเพลย์ลิสต์นั้น ๆ)

👍ดาวน์โหลดเพลงและพอดแคสต์เก็บไว้ฟังออฟไลน์ได้

Apple Music

Apple Music

apple-music
แอปฟังเพลงที่ถูกปล่อยออกมาจาก Apple ที่เปิดให้บริการในหลายประเทศรวมถึงประเทศไทยด้วย ซึ่งเป็นแอปฟังเพลงขนาดใหญ่ที่มีเพลงเยอะมาก โดยเพราะเพลงสากล แต่ก็มีเพลงไทยด้วยนะ

ใช้งานได้ที่ : iOS , Android , Mac , Apple TV และ PC

ค่าบริการรายเดือน : ฟรี 3 เดือน หลังจากหมดช่วงทดลองใช้จะมีแพคเกจให้ใช้ตามตารางนี้

ความน่าสนใจของแอป : 👍ส่วนใหญ่เป็นเพลงสากล เพลงสากลจะเยอะมาก เพลงไทยก็จะมีให้เลือกฟังเหมือนกัน

👍มีวิทยุให้ฟังฟรีตามแนวเพลงที่ชอบด้วย

👍โหลดเพลงมาฟังออฟไลน์ได้ด้วยนะ

JOOX

JOOX

joox-1-600x290
แอปฟังเพลงออนไลน์อีกแอปที่มีต้นกำเนิดมาจากเว็บ Sanook และเป็นที่นิยมค่อนข้างมาก ด้วยการก่อตั้งขึ้นมาในประเทศไทย แอปนี้เลยมีภาษาไทยให้ใช้ตลอดทั้งแอปด้วย ซึ่งก็ไม่ต้องงมหนักมากนั่นเอง

ใช้งานได้ที่ : iOS , Android, PC

ค่าบริการรายเดือน : ฟังฟรีตลอด แต่มีโฆษณาคั่น ยกเว้นเพลงที่เป็น VIP จำกัดเฉพาะคนที่เสียเงินหรือทำตามกติกาของ Joox เพื่อรับสิทธิ์ฟรีเท่านั้น

14

ความน่าสนใจของแอป :  👍ส่วนใหญ่เป็นเพลงไทยมากกว่าครึ่ง เพลงไทยในแอปเยอะมาก มีแทบทุกแนวให้เลือกฟัง เหมาะกับสายชอบฟังเพลงไทยมากที่สุด

👍เพลย์ลิสต์ให้เลือกฟังตามสถานการณ์ ตามอารมณ์ด้วย

👍สามารถร้องคาราโอเกะได้

👍มีรายการ Podcast ภาษาไทยให้ฟังเยอะ

👍มีไลฟ์และวิดีโอของศิลปินไทยให้ชม

jm

Deezer

Deezer


แอปฟังเพลงที่เน้นไปทางสากลที่ใหญ่มากอีกแอปนึง ที่คนใช้เครือข่าย DTAC น่าจะรู้จักกันดี ซึ่งแอปนี้รองรับการใช้งานในหลายอุปกรณ์ได้ดีมาก

ใช้งานได้ที่ : iOS , Android , PC , Mac , Windows Phone , BlackBerry , Apple Watch

ค่าบริการรายเดือน : ทดลองใช้ฟรี 30 วัน หลังจากนั้นคิดค่าบริการ 155 บาท / เดือน และแพคเกจแบบครอบครัวในราคา 235 บาท/เดือน

ความน่าสนใจของแอป :👍สามารถใช้ได้บนหลายอุปกรณ์ตั้งแต่มือถือไปจนถึงทีวีเลยทีเดียว

👍ดาวน์โหลดเพื่อฟังออฟไลน์ได้ รวมไปจัดหมวดให้ค้นหาตามแนวเพลงเลย

👍แนวเพลงในแอปจะเน้นหนักไปทางเพลงสากล เพราะเพลงสากลเยอะมาก

👍เพลงไทยมีบ้าง แต่ยังน้อยอยู่ แต่ที่ชอบมากเป็นพิเศษคือ มีเพลง RS เก่าๆ ให้ฟังเยอะมาก

Fungjai

Fungjai

fungjai-cover3
นึกถึงเพลงอินดี้ต้องมาที่ Fungjai มีแค่เพลงไทย และอัดแน่นไปด้วยศิลปินอินดี้แบบจุใจ

ใช้งานได้ที่ : iOS , Android , PC

ค่าบริการรายเดือน : ฟรี

ความน่าสนใจของแอป : 👍เพลงส่วนใหญ่อินดี้มาก เหมาะกับคนที่ชอบแนวนี้โดยเฉพาะ

👍มีระบบให้อัพเพลงขึ้นบนเว็บไซต์ด้วย ก็ยิ่งเพิ่มคลังเพลงสุดอินดี้ให้เราฟังมากขึ้นไปอีก ตอบโจทย์คนชอบเพลงแนวๆ สุดๆ เลยล่ะ

👍มีเพลย์ลิสต์แปลกๆ ชวนให้เรากดเข้าไปดูตลอด ฟังเพลงเพลิน เล่นเพลินกันไปข้างเลย

fj

SOUNDCLOUD

SOUNDCLOUD


แอปนี้ออกจะแตกต่างจากแอปฟังเพลงที่ผ่านๆมา เพราะเป็นแอปที่สามารถให้คนทั่วไปอัพโหลดเพลงของตัวเองขึ้นไปได้ ทำให้ได้ฟังเพลงหลายๆ แนวที่ไม่เคยฟังมาก่อนในแอปนี้

ใช้งานได้ที่ : iOS , Android , PC

ค่าบริการรายเดือน : ฟรี

sc

ความน่าสนใจของแอป : 👍ด้วยความที่คนทั่วไปสามารถอัพโหลดเพลงของตัวเองขึ้นไปได้เลยทำให้ในแอปนี้มีเพลงที่ต่างจากแอปอื่นมากๆ

👍ใครชอบหาเพลงใหม่ๆ ไม่คุ้นหูฟังละก็ แอปนี้ตอบโจทย์มากๆ

👍ส่วนใหญ่มักจะเป็นเพลงสากลมากกว่า เพราะคนไทยไม่ค่อยจะเล่นแอปนี้มากเท่าไหร่

👍ใครชอบเพลงแนวสากลและโคฟเวอร์แอปนี้เหมาะมากๆ!

YouTube Music

YouTube Music

แอปนี้คือแอป YouTube ในเวอร์ชั่นที่ทำออกมาให้เอื้อต่อการฟังเพลงมากขึ้น ซึ่งเราสามารถฟังเพลงในแอป YouTube Music ได้ และสามารถฟังโดยตรงจาก YouTube แบบปิดหน้าจอได้ด้วยนะ เหมาะมากสำหรับใครชอบฟังเพลงจาก YouTube มากกว่าในแอปฟังเพลงอื่น ๆ

ใช้งานได้ที่ : iOS , Android , PC

ค่าบริการรายเดือน : ทดลองใช้ฟรี 3 เดือนแรก

ความน่าสนใจของแอป : 👍คลังเพลงของแอปนี้ ไม่พูดเยอะ เพราะมันคือคลังเพลงจาก YouTube นั่นเอง มีมากมายตอบโจทย์ทุกความต้องการ

👍สามารถดู Live การแสดงของศิลปินได้ และดู MV ได้ด้วยนะ

👍ถ้าเราเคย Subscribe วงดนตรีหรือศิลปินไว้ก็จะขึ้นมาอัตโนมัติใน YouTube Music เลยจ้า

👍ดาวน์โหลดไว้ฟังออฟไลน์ได้

👍ไม่ต้องเปิดหน้าจอมือถือเพื่อฟังเพลงจาก YouTube อีกต่อไป

Tidal

 Tidal

แอปนี้คือแอปที่เป็นที่นิยมมากในต่างประเทศอีกเจ้าหนึ่ง เพราะคุณภาพเสียงของเค้าดีมาก ล้ำลึก นุ่มหู ฟังแล้วรู้สึกฟินกว่าทุกแอปเลย แต่เหมาะกับคนชอบฟังเพลงสากลนะ ทุกอย่างในแอปเป็นภาษาอังกฤษหมด ยังไม่มีภาษาไทยรองรับน้า

ใช้งานได้ที่ : iOS , Android , PC

ค่าบริการรายเดือน : ใช้ฟรี 1 เดือนแรก

ความน่าสนใจของแอป : 👍คุณภาพเสียงคับแน่น ฟังผ่านหูฟังก็คือดีต่อใจมาก

👍มีฟีเจอร์ Video สามารถดู MV หรือ Live คอนเสิร์ต ได้

👍มีเพลย์ลิสต์ที่เป็นเพลย์ลิสต์ MV ทั้งหมดด้วย คล้ายกับฟังจาก YouTube เลย

👍ดาวน์โหลดไว้ฟังออฟไลน์ได้

👍เพลงเป็นสากลกับละตินซะเป็นส่วนใหญ่น้า ไม่เหมาะกับสายเพลงไทยหรือ K – pop เท่าไหร่

บทสรุปความแตกต่างของแต่ละแอป

แอปไหนเหมาะกับใครบ้าง

#สายฟังเพลงหลากหลาย ครบเครื่องไทย สากล เกาหลี : Spotify, Apple Music, YouTube Music, JOOX

#สายเพลงสากลกระแสหลัก : Tidal, Spotify, Apple Music, YouTube Music, Deezer

#สายเพลงไทยกระแสหลักและเพลงลูกทุ่ง : JOOX

#สายเพลงไทยอินดี้ : Fungjai

#สายเพลงสากลอินดี้ : SoundCloud

#สายเน้นคุณภาพเสียงรื่นหู : Tidal

#สายร้องคาราโอเกะ : JOOX

#สายฟัง Podcast : Spotify, Apple Music

#สายใช้ DTAC : Deezer

#สายใช้ iOS : Apple Music (เชื่อมต่อได้ทุกอุปกรณ์ iOS ทั้ง iPhone, iPad และ MacBook ต่าง ๆ)

#สายฟังฟรี : JOOX (มีโฆษณา), Fungjai (ฟรีและไม่มีโฆษณา) , SoundCloud (ฟังฟรี แต่ถ้าอัปเพลงของตัวเอง ไม่ฟรีนะจ๊ะ)

เรียงลำดับค่าบริการแต่ละแอป

Fungjai : ฟรี

SoundCloud : ฟรี

JOOX : ฟรี (มีโฆษณา) ส่วนรายเดือนอยู่ที่ 129฿/เดือน

Apple Music : ราคานักศึกษา 69฿/เดือน ส่วนบุคคลทั่วไป 129฿/เดือน แต่ถ้าหาร Family 6 คน 199 ฿/เดือน จะเหลือ 34฿/คน/เดือน

Spotify : 129฿/เดือน แต่ถ้าหาร Family 6 คน 199 ฿/เดือน จะเหลือ 34฿/คน/เดือน

Deezer : 155฿/เดือน แต่ถ้าหาร Family 6 คน 235฿/เดือน จะเหลือ 40฿/คน/เดือน

YouTube Music : 159฿/เดือน แต่ถ้าหาร Family 6 คน 199 ฿/เดือน จะเหลือ 34฿/คน/เดือน

Tidal : แบบคุณภาพเสียงปกติ 169฿/เดือน และคุณภาพเสียง HiFi 339฿/เดือน

🎼🎼🎼

โดยสรุปแล้ว แต่ละแอปก็มีความดีงามแตกต่างกันขึ้นอยู่กับการใช้งาน

ส่วนตัวเรามีมากถึง 4 แอปในเครื่องเดียว😅 คือ Spotify, Joox, Fungjai และ YouTube Music

โดยเหตุผลที่เลือกใช้แต่ละแอปก็แตกต่างกันออกไป…

เราชอบการมิกซ์เพลย์ลิสต์ของ Spotify

แต่พวกเพลง Cover หรือเพลงที่ Spotify ไม่มี เราก็จะไปฟังใน YouTube เอา

ส่วน JOOX กับ Fungjai เค้าให้ใช้งานฟรีเราก็เลยโหลดติดเครื่องไว้เผื่ออยากเปลี่ยนบรรยากาศ

แต่แอปที่ใช้บ่อยสุดน่าจะเป็น Spotify

🎼🎼🎼

ถ้าใครยังตัดสินใจไม่ได้ แนะนำ ลองทดลองใช้งานฟรีก่อน เพราะแต่ละแอปเค้าก็มีให้ทดลองใช้ฟรี 1 – 3 เดือนนะ

 

💁🏻บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

#ชี้เป้า Apple Music VS Joox ฟังเพลงจากแอปไหน ใช่กว่ากัน?

ดูหนังและซีรีย์ออนไลน์แบบถูกลิขสิทธิ์กัน (ฉบับพื้นฐาน)

#ชี้เป้า iflix VS Netflix ดูหนังและซีรี่ย์ออนไลน์ที่ไหนใช่และคุ้ม!

RedPrice Team

author: