โดย #แอดมินโทนี่
สวัสดีคร้าบบบ!! พบกันอีกแล้วกับการนำข่าวสารโปรโมชั่นดีๆจากเราทีมงาน RedPrice มานำเสนอและอัพเดตให้กับทุกๆท่านครับพ้ม! ^Q^
แต่สำหรับครั้งนี้จะเป็นการพาไปชิมของอร่อยเลิศในราคาที่เอื้อมได้ ที่ปกติตอนมันราคาเต็มนั้น อย่างน้อยๆก็ผมคนหนึ่งล่ะครับที่อาจจะไม่มีโอกาสได้ลิ้มลองเป็นแน่ T^T”
ดังนั้นแล้ว บทความ “กินดี…เพราะมีโปร” จึงได้ถือกำเนิดขึ้น! เพื่อนำเสนอข้อมูลเนื้อหาที่น่าสนใจ ทั้งการรีวิวร้านอาหารที่มีโปรโมชั่นสุดคุ้ม น่าลิ้มลอง รวมถึงเป็นการให้ข้อมูลให้เพื่อนๆทุกคนได้เลือกกินของอร่อยๆและคุ้มค่าในราคาประหยัดสุดๆกัน! (ซึ่งเดี๋ยวจะมี “อยู่ดี…เพราะมีโปร” ซึ่งจะเป็นการนำเสนอบทความสำหรับคนรักการช็อปปิ้งหรือใช้บริการต่างๆเช่นกันจ้าา รอติดตามกันนะครับ!)

เนื่องจากเราได้รับเบาะแส #ชี้เป้าโปรถูก มาที่ร้านอาหารเนื้อย่างชั้นดี Sumi Tei Yakiniku ที่มีโปรโมชันแรงลด 50% ในสามเมนูดังของร้าน แถมหนึ่งในนั้นยังเป็นเมนูที่ทางร้านภูมิใจ เนื้อImperial Wagyu A5 ส่งตรงจากญี่ปุ่น (รายละเอียดเพิ่มเติมของโปรโมชั่นนี้ดูได้จากลิงค์เลยครับ: https://goo.gl/YUBUrs)
“…. A5…Wagyu…50%….A5…Wagyu…50%” เหมือนโดนสะกดจิตครับ จำความได้แค่ 3 คำนี้วนซ้ำไปซ้ำมา หลังจากนั้นสติเริ่มเลื่อนลอย ภาพออกเบลอๆ แล้วมือก็หยิบโทรศัพท์มือถือและโทรไปจองโต๊ะล่วงหน้าโดยอัตโนมัติทันที! (พนักงานรับสายร้านสุภาพมากๆครับ) พลางได้ยินเสียงก้องในหัวที่บอกกับตัวเองว่า “ให้ไวเลยเอ็ง ตอนมันราคาเต็มไม่ได้แดร๊กมันร้อก! @o@ ” … ก็นั่นล่ะฮะท่านผู้ชม
ออกตัวก่อนนะครับว่าผมเองชอบกินเนื้อย่างมากก! แต่ก็ไม่ได้มีโอกาสกินเนื้อย่างพรีเมียม ในราคาสูงๆบ่อยเท่าไหร่นักครับ (ก็มันแพงนี่นาT_T) ดังนั้นในครั้งนี้ผมจึงมีความประทับใจในหลายๆจุดเลยฮะ
การเดินทาง:

ร้าน Sumi Tei Yakiniku ตั้งอยู่ที่ชั้น 3 ในคอมมูนิตี้มอลล์ ชื่อ 9:53 Art Mallในซอย สุขุมวิท 53 บริเวณหัวมุมที่ตัดกับทองหล่อซอย 9 ครับ (คาดเดาว่าชื่อสถานที่น่าจะมาจากเลขของถนนทั้งสองเส้นนี้นั่นเอง ซึ่งผมเองก็เคยมาที่นี่ครั้งแรกเช่นกันครับ) แนะนำให้เข้ามาทางสุขุมวิท 53 โดยตรงนะครับเพราะจะเร็วกว่าผ่านทางทองหล่อครับผม
ป้ายร้านกันหลงเมื่อออกจากลิฟต์บนชั้น 3 ครับ

หน้าร้านมีป้ายบอกราคาบุฟเฟต์ของทางร้านด้วยครับ แต่เห็นราคาแล้ว..ไว้วันหลังเนอะ ^^”a
บรรยากาศร้าน:

ร้านตกแต่งเน้นลายไม้สไตล์ญี่ปุ่นเลยฮะ แต่ก็ดูทันสมัยแล้วก็สะอาดมากๆ ในทุกๆโต๊ะจะมีปุ่มไว้กดสำหรับเรียกพนักงานไม่ต้องโบกมือให้เขินอายครับ
ผมไม่รอช้าครับสอบถามที่นั่งโต๊ะที่จองไว้แล้วและเดินไปนั่งทันที
หลังจากนั่งที่โต๊ะและได้รับผ้าเช็ดมือเรียบร้อย ก็ได้รับเมนูจากพนักงาน จังหวะนี้ไม่รอช้าครับ ผมถามถึงโปรโมชั่นทันทีพร้อมกับเปิดในแอพให้ดูเลยอันเนี้ยครับพี่ รบกวนแนะนำโปรโมชั่นหน่อยครับ (กลัวโดนราคาเต็มฮะว่าง่ายๆ 555+ ) พี่เค้าก็อธิบายให้ฟังโดยละเอียดครับ (พี่ๆพนักงานที่นี่น่ารักมากๆครับ ยิ้มแย้มและให้การต้อนรับดีตั้งแต่ก้าวเข้าร้านมาเลยจริงๆ ขอชื่นชมเลย) ซึ่งเมนูที่ลดราคา ก็มีทั้งสิ้น 3 เมนูคือ

  • Tokusen Wagyu Rosu ที่เป็น Imperial Wagyu A5 จากญี่ปุ่นนั่นเอง เนื้อจาก Rib Set ที่ลดราคาเหลือแค่ 299 บาท เท่านั้น! (ราคาเต็มอยู่ที่ 580 บาท)
  • Tokujyo Sirlion เป็น Premium Thai Wagyu สนนราคาแค่จานละ 340 บาท (จาก 680 บาท)
  • Karubi จาก Premium Thai Wagyu อีกเช่นกัน ลดเหลือจานละ 240 บาท (จากปกติ 380 บาท)


ผมก็พลิกเมนูไปมาเล็กน้อยพอเป็นพิธีพร้อมสั่งอาหารอย่างมั่นใจว่า “เอาเมนูที่ลดอย่างละที่ครับพี่” … ของมันแหงอยู่แล้ว!

หลังจากนั้นไม่นานก็มีพนักงานนำเตาถ่านมาวางพร้อมกับมีผ้าคลุมที่ผมก็ไม่แน่ใจจนถึงทุกวันนี้ครับว่าต้องผูกหรือวางหรือใช้งานมันยังไง เราก็วางช่วงตักช่วงพุงที่มีแนวโน้มว่าน่าจะเลอะมากที่สุดเอาตามที่ตัวเองคิดเลย แหะๆ ^^” (ใครรู้ว่าจริงๆควรใช้ยังไงแวะมาตอบแนะนำผมไว้ได้นะครับ หุหุ ><)

หันไปหันมาซึมซับบรรยากาศไม่ทันไร เนื้อพรีเมียมที่สั่งก็มาเสิร์ฟที่โต๊ะเรียบร้อยครับ ทั้งสามเมนูเด็ดของเราต้องขอบอกเลยครับว่า ลายเนื้อสวยมาก! เข้าใจแล้วว่าคำว่า พรีเมียม นั้นมันคืออะไร! @_@

(ต้องขออภัยด้วยนะครับที่ภาพประกอบอาจจะมีสวยบ้างไม่สวยบ้างผสมกันไป มือใหม่หัดถ่ายฮะ แฮ่~)


สำหรับจานเนื้อA5 ทางร้านก็จะมาเสิร์ฟพร้อมกับกระดาษขนาดเล็กลายประณีตสวยงาม พร้อมมีข้อมูลชื่อบริษัท ชื่อร้าน และชื่อญี่ปุ่นอีกสองชื่อที่ผมไม่แน่ใจว่าเกี่ยวข้องกันอย่างไร และตัวอักษรส่วนใหญ่ในใบก็เป็นภาษาญี่ปุ่น แต่ผมเดาว่าน่าจะเหมือนเป็นใบรับรองว่าเนื้อที่ท่านกำลังได้หม่ำนั้นเป็นเนื้อ A5 ส่งตรงจากญี่ปุ่น และได้กินจากร้านนี้อะไรประมาณนี้รึเปล่าอันนี้ไม่แน่ใจ แต่ก็น่ารักดีครับ

ไม่รอช้าครับ เริ่มจากตัว A5 ก่อนเลย เอาไปย่างให้สุกพอผ่านไฟเกรียมเล็กน้อยทั้งสองด้าน แต่ไม่สุกจนเกินไปแบบที่ชอบกินประจำ พอเอาเข้าปากเท่านั้นล่ะครับ

ละลายยยยยยย~~~ TQT สุโค่ยมากกก! โออิชิ! โออิชิ! โออิชิ! โออิชิ ~ ~ !

สำหรับน้ำจิ้มเนื้อ ทางร้านมีให้ทั้งน้ำจิ้มซอสสีเข้มสไตล์ยากินิกุพร้อมกระเทียมและพริกเติมตามชอบ และแบบที่คล้ายๆกับน้ำซอสมินต์ ที่ไว้ใช้กินคู่กับสเต็กเนื้อหรือเนื้อแกะ (อันนี้ก็อธิบายไม่ถูกแฮะ และผมเองก็ดันไม่ได้ถามข้อมูลกับทางร้านมาด้วยต้องขอโทษจริงๆครับ ><) แต่รสชาติจะตัดกับความมันทำให้ไม่เลี่ยนง่ายเข้ากันได้ดีกับเนื้อย่างมากๆ หรือสำหรับสายคนชอบรสชาติเกาหลี ที่โต๊ะก็มีโคชูจังแดงซอสเผ็ดเกาหลีให้ได้จิ้มด้วยเช่นกัน แต่ผมแแนะนำว่าลองชิมแบบไม่จิ้มดูก็ได้รสเนื้อย่างเต็มๆไปอีกแบบครับ :’)

จุดที่ผมชอบเป็นการส่วนตัวอีกอย่างหนึ่งสำหรับผมก็คือ “ไม้คีบ” … ครับ คือไม้คีบของร้านนี้สำหรับผมมันถนัดมือและควบคุมง่ายสุดๆจริงๆ บริเวณมือจับก็ออกแบบมากันลื่น ปลายไม้ก็ไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไปคีบเนื้อขึ้นมาสบายๆเลยแถมเนื้อไม่ช้ำอีกด้วย สำหรับผมประทับใจกับไม้คีบมากๆครับในจุดนี้ ฮ่าา

และก็ตามมาติดๆกับอีกสองเมนูที่เหลือ ซึ่งผมบอกเลยครับว่าสุดยอดทั้งคู่ ย่างไปตัวมันที่แทรกอยู่ในเนื้อก็ค่อยๆซึมออกมา เนื้อขอบก็ค่อยๆเกรียมตามส่วนที่โดนตะแกรงและไอร้อนจากไฟถ่านที่ความแรงกำลังพอดี บางชิ้นย่างๆอยู่ก็ละลายแตกตัวออกเองด้วยนะตั๊ววะะะ!! มันฟินจริงๆ ให้ตายเถอะโรบิ้น !


ในทั้งสามเมนู สำหรับผมโดยส่วนตัวแล้ว ผมชอบTokujyo Sirlion มากเป็นพิเศษครับ เพราะชิ้นเนื้อมีความหนาแต่นุ่มละลาย ซึ่งเราเองเป็นคนเน้นปริมาณแต่เดิม (ตะกละนั่นเอง ^^”) จึงถูกใจมากๆที่เวลาเคี้ยวมีเท็กซ์เจอร์เนื้อเยอะหน่อย จานนี้สำหรับผมคืออร่อยจนเผลอสั่งเพิ่มไปอีกจานแบบลืมราคากันไปเลยฮะ 555+ (มื้อนี้จ่ายเองด้วยจร้าาาา T_T)
และระหว่างย่างอยู่มีชิ้นที่มันแทรกค่อนข้างเยอะทำให้เตาเกรียมไว เราเองก็เห็นแล้วล่ะ แต่คิดว่าย่างกินอีกหน่อยก็น่าจะได้อยู่ จู่ๆพี่พนักงานไม่รู้ว่าเห็นเตาโต๊ะเราจากตอนไหน เดินมาเปลี่ยนตะแกรงให้แบบที่เราเองยังไม่ทันได้คิดเลยว่าจะเรียก!! (เค้าไม่ได้มายืนจ้องอะไรเราด้วย) ช็อตนั้นนี่ผมประทับใจมากๆครับ พี่ๆพนักงานเอาใจใส่มากจริงๆ

หลังจากทำการโซ้ยเรียบยิ้มปริ่มแล้ว เราก็ทำการเรียกพนักงานขอคิดเงิน ซึ่งขั้นตอนการใช้โปรโมชั่นก็คือทำการแอดไลน์ของทางร้าน @sumiteiyakiniku แล้วให้พนักงานดู ก็เป็นอันเรียบร้อย
และถ้าผมจำไม่ผิด สำหรับใครถือบัตรเครดิตที่ร่วมรายการกับทางร้าน (เหมือนจะเป็น CitiBank หรือเปล่าไม่แน่ใจ ตรงนี้เพื่อนๆลองสอบถามกับทางร้านตอนที่โทรไปจองโต๊ะก่อนก็ได้ครับผม) ก็จะได้รับส่วนลดเพิ่มอีกครับ
…แต่แล้ว! พี่พนักงานก็สะกิดบอกเราว่า “คุณลูกค้าสนใจโปรโมชั่นของหวานมั้ยคะ แค่ถ่ายรูปแล้วแชร์ลง Facebook / Instagram ก็จะได้ทานไอศครีมฟรีอีก 1 ถ้วยค่ะ” …. เอ๊า! เอาซิ! กินฟรีของถนัดอยู่แล้วครับ เราไปกันสองคนจัดแจงแชร์ภาพอร่อยๆลง fb คน ig คน แล้วก็ได้สิทธิ์สั่งมากินกันคนละถ้วย โดยที่ของผมสั่งเป็นรสช็อกโกแลต ซึ่งขอบอกว่าทางร้านก็ไม่ได้มาแค่ไอศครีม แต่มาพร้อมกับคอร์นเฟล็กซ์รส Original ซึ่งเข้ากันดีมากกับไอศครีมทุกรสอยู่แล้ว รสชาติไอศครีมก็อร่อยมากๆครับ ช็อกโกแลตเข้มข้นโดนใจผมมากๆ รสวนิลลาก็มีกลิ่นวนิลลาที่หอมมากจริงๆ แล้วแต่ละลูกไม่ใช่เล็กๆเสียด้วย งานนี้บอกเลยครับตอนนั่งกินนี่ตาเป็นสระอิเลยครับบ ( ิ_ิ’)

ปิดท้ายหลังชำระเงินด้วยลูกอมรสชาเขียวแท้อีกคนละเม็ดพร้อมผ้าเช็ดมือผืนใหม่อีกครั้งก่อนลุกออกจากโต๊ะ เรียกว่าเค้าออกแบบการดูแลประสบการณ์ลูกค้าตั้งแต่เค้าร้านจนลุกออกไม่มีตกหล่นจริงๆ

สรุป
เราประหยัดไปทั้งสิ้น: (580-299) + (680-340)*2 + (380-240) = 1,101 บาท (ผมสั่งทั้งหมด 4 จานครับปริมาณสำหรับ 2-3 คนกำลังดีครับ แต่พอดีเรากินกันจุครับ สองคนก็เก็บเรียบแล้วฮะ 555+)
ถือว่ามื้อนี้ผมได้ทั้งความอร่อย คุณค่าจากอาหารชั้นเลิศ ได้รับประสบการณ์ที่ดีมากๆจากทางร้าน Sumi Tei Yakinikuและยังมีเงินเหลือเก็บเยอะเลยเชียว!
“พรีเมียม” จริงๆครับ **
ของฝากจากร้าน
สุดท้ายนี้ ขออนุญาตจากกันไปด้วยของฝากเล็กๆน้อยๆที่ผมตั้งใจนำประสบการณ์ที่อร่อยเลิศมาส่งต่อ เพื่อมอบให้กับทุกๆท่านครับ :’D

*สำหรับเพื่อนๆที่ต้องการติดตามโปรโมชั่นลดราคาน่าสนใจอื่นๆ สามารถดาวน์โหลด แอพ RedPrice ได้ทั้ง iOS และ Android ได้แล้ววันนี้!
แอพ RedPrice มีโหมดการดูโปรโมชั่นแบบ Nearby สามารถช่วยให้เพื่อนๆเช็คโปรโมชั่น/ข้อมูลลดราคาน่าสนใจที่อยู่รอบๆตัว หรือเช็คโปรของห้างต่างๆเช่น Siam Paragon ได้ง่ายๆโดยที่เราไม่ต้องเมื่อยไปเดินดูเองอีกต่อไป~!
ดาวน์โหลดแอพ RedPrice ได้ที่นี่เลยจ้า

…สำหรับครั้งหน้า เราจะมีอะไรน่าสนใจมานำเสนอให้กับทุกๆคนอีก ฝากทุกท่านติดตามพวกเราได้ทาง http://blog.shopredprice.com/ ที่เดิมนะคร้าบบ
แล้วพบกันใหม่ สวัสดีคร้าบบบ ^Q^”b