#ชี้เป้า เก็บตกเซ็ตหนัง/ซีรี่ย์ที่ไม่ควรพลาดช่วงวันหยุดปีใหม่
ทำงานหนักมาทั้งปี จนไม่มีเวลาดูหนังดูซีรี่ย์ แปะไว้จนลืมไปแล้วว่าจะดู ไหน ๆ ก็จะถึงวันหยุดปีใหม่แล้ว ใครไม่มีที่ไป ไม่อยากเที่ยวไหน มาเก็บตกหนังและซีรี่ย์เด็ด ๆ ที่เรามา #ชี้เป้า ให้นอนกลิ้งดูอยู่ที่บ้านกันเถอะ!
บทความนี้เรา จัดเซ็ตสำหรับดูพอดีครบ 4 วัน (30 , 31 , 1 , 2) พร้อมแหล่งดูหนัง (แบบถูกลิขสิทธิ์) มาให้เรียบร้อยแล้วว
มาเคาท์ดาวน์ปีใหม่กับหนังสนุก ๆ แบบจัดเต็มกันเถอะ!
ปล. การแบ่งชั่วโมงดูให้เป็นแค่แนวทางเท่านั้น ปรับเปลี่ยนได้ตามความไหวของร่างกาย
“ลึกลับแต่ไม่สยองขวัญ”

Stranger Things
จำนวนภาค/ซีซั่น : 2 ซีซั่น (17 ตอน)
จำนวนชั่วโมงในการดูหนัง : 14 ชั่วโมง 16 นาที
แบ่งดูแบบ 4 วันจบ : 4 ตอน/วัน
เรื่องย่อ : เรื่องราวปริศนาเกิดขึ้น เมื่อจอยส์ บีเยอร์ พบว่าลูกชายของเธอหายตัวไปอย่างลึกลับ เมื่อหน่วยงานรัฐไม่สามารถตามหาลูกเธอได้ ทำให้เธอและเด็กๆ เพื่อนของวิล บีเยอร์ต้องช่วยกันตามหา และพบเจอกับเรื่องราวเหนือธรรมชาติมากมาย
เหมาะกับใคร : ใครอยากได้ซีรีส์ลึกลับ แนะนำเรื่องนี้เลย แม้จะดูเข้าใจได้ง่าย และนำแสดงโดยกลุ่มเด็กๆแล้ว แต่เนื้อหากลับไม่ได้เบาอย่างที่คิด เหมาะกับคนที่ชอบแนวไซไฟเหนือธรรมชาติ พลังพิเศษ แต่ไม่ได้แอคชั่นระเบิดภูเขาเผากระท่อมขนาดนั้น ส่วนใหญ่จะเน้นหนักไปที่เนื้อหาที่ทำให้ลุ้นระทึกกันตัวโก่งว่าสุดท้ายแล้ว เกิดอะไรขึ้นกับวิล บีเยอร์กันแน่ และทุกคนจะต้องเจอกับอะไรบ้างในแต่ละตอน
ดูได้ที่ : netflix
A Series of Unfortunate Events
จำนวนภาค/ซีซั่น : 1 ซีซั่น (8 ตอน)
จำนวนชั่วโมงในการดูหนัง : 6 ชั่วโมง 30 นาที
แบ่งดูแบบ 4 วันจบ : วันละ 2 ตอน
เรื่องย่อ : บอกลาความสดใส เข้าสู่เรื่องราวแสนเศร้าของเด็กกำพร้าโบดแลร์ ไวโอเล็ต เคลาส์ และซันนี่ หลังจากการจากไปอย่างกะทันหันของพ่อแม่ในกองเพลิงในบ้านของตัวเอง กลับต้องมาพบกับญาติใจร้ายอย่าง
“เคาต์ โอลาฟ” ที่ต้องการขโมยมรดกจากเด็ก ๆ ซึ่งหลายคนน่าจะเคยเห็นผ่านตาในเวอร์ชั่นภาพยนตร์กันมาแล้ว แต่ในเวอร์ชั่นซีรีส์แบบนั้น รับรองว่ามีรายละเอียดให้ติดตามอีกเพียบ
เหมาะกับใคร : ใครที่ยังไม่เคยดู ถ้าเป็นคนที่ชอบฟีลหนังที่หดหู่เล็ก ๆ แต่ไม่มากจนเกินไป ชอบหนังที่มีมีตัวละครฉลาด ๆ คอยแก้ปริศนาต่าง ๆ ตัวร้ายที่ร้ายจนน่าหมั่นไส้ และถ้าเป็นคนรักเด็กพอประมาณด้วยแล้ว ซีรี่ย์เรื่องนี้น่าจะโดนใจไม่น้อย เพราะจะได้ลุ้นว่า ในแต่ละตอน เด็กกำพร้าโบดแลร์จะรอดจากมือของญาติใจร้ายไปได้ยังไง และผู้ปกครองคนสุดท้ายของเด็ก ๆ จะเป็นใคร อยากรู้ต้องไปดูนะ
ดูได้ที่ : netflix
Black Mirror
จำนวนภาค/ซีซั่น : 3 ซีซั่น (13 ตอน)
จำนวนชั่วโมงในการดูหนัง : 12 ชั่วโมง 21 นาที
แบ่งดูแบบ 4 วันจบ : 3 ตอน/วัน
เรื่องย่อ : เรื่องสั้นจบในตอน ที่สะท้อนผลกระทบด้านมืดจากเทคโนโลยี โดยในเรื่องจะเล่าถึงทั้งเทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบันและในอนาคตที่ยังไม่เกิดขึ้น แล้วสิ่งเหล่านี้จะมีผลกระทบต่อมนุษย์ได้ยังไง แต่ละตอน เนื้อหาจะไม่เชื่อมต่อกัน ดูได้แบบไม่ค้างคา บางตอนอาจจะเนื้อหาหนักหน่อย
เหมาะกับใคร : เหมาะกับคนที่ชอบเรื่องแนวโลกอนาคต เพราะในเรื่องจะมีเทคโนโลยีล้ำ ๆ แปลก ๆ ที่เราอาจจะรู้สึกว่ามันเจ๋งและน่าจะมีในอนาคตจริง ๆ แต่ในขณะเดียวกัน เรื่องนี้จะทำให้เราเห็นผลกระทบด้านมืดของเทคโนโลยีเหล่านั้นในแบบที่คาดไม่ถึง รวมความตื่นตา ดาร์ค จิตตก ประสาทกินในซีรี่ย์เดียวเลย อยากจะบอกว่าไม่ควรพลาดมากๆ
**ซีซั่น 4 กำลังจะมาวันที่ 29/12 นี้แล้ว รอดูต่อได้เลยยย**
ดูได้ที่ : netflix
Black
จำนวนภาค/ซีซั่น : 1 ซีซั่น (18 ตอน)
จำนวนชั่วโมงในการดูหนัง : 19 ชั่วโมง 47 นาที
แบ่งดูแบบ 4 วันจบ : 4 ตอน/วัน
เรื่องย่อ : บอกเล่าถึงเรื่องราวของแบล็ค นักสืบหนุ่มที่ถูกยมทูตมาสิงอยู่ในร่าง กับ คังฮารัม สาวที่สามารถมองเห็นเงาแห่งความตายได้ ทั้งสองร่วมกันฝืนกฎสวรรค์ช่วยชีวิตคนให้รอดพ้นจากความตาย เรื่องนี้เป็นแนวลึบลับระดับที่วิญญาณก็โผล่กันออกมาจะจะเลย จะระทึกและเข้มข้นแค่ไหน ต้องไปลอง
เหมาะกับใคร : เหมาะกับคนดูหนังผีเป็นปกติ เพราะในเรื่องมีวิญญาณออกมาให้เห็นทุกตอน หลอนตามสไตล์หนังผีของเกาหลี แต่ไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น เนื้อเรื่องจะเน้นไปที่การสืบสวน การช่วยวิญญาณในแต่ละเคส และยังมีปมหลักเรื่องของตัวเอกอีกเพียบ ใครชอบหนังที่ต้องคิดแก้ปมเยอะ ๆ จนหัวแตก เรื่องนี้ตอบโจทย์มาก!
ดูได้ที่ : netflix
God’s Gift 14 days
จำนวนภาค/ซีซั่น : 16 ตอน
จำนวนชั่วโมงในการดูหนัง : 16 ชั่วโมง
แบ่งดูแบบ 4 วันจบ : 4 ตอน/วัน
เรื่องย่อ : เรื่องราวของแม่คนหนึ่งที่มีโอกาสย้อนเวลากลับไป 14 วันก่อนที่ลูกสาวของเธอจะตายอย่างปริศนา เพื่อหาสาเหตุการตายของลูกสาว และหยุดยั้งไม่ให้เกิดขึ้นอีกครั้ง เรื่องนี้เป็นแนวสืบสวน ดราม่าและลุ้นในลุ้นมาก ซึ่งแว่วมาว่ามีเค้าโครงมาจากเรื่องจริงที่เกิดในปี ค.ศ. 1991 ณ เกาหลีใต้อีกด้วย
เหมาะกับใคร : ผู้ที่ชอบแนวสืบสวน ดราม่าจัด ๆ ปมแน่นชวนสงสัย หักมุมแบบซ้ำไปซ้ำมา ดูไปคาใจมันไปทุกตอน ลุ้นว่าสุดท้ายใครกันแน่ที่เป็นคนฆ่า แล้วคนเป็นแม่จะหยุดเรื่องที่เกิดขึ้นได้มั้ย หดหู่แบบสุด ๆ ไปเลย
ดูได้ที่ : Viu
“เข้าสู่โลกของอาชญากร”
Breaking Bad
จำนวนภาค/ซีซั่น : 5 ซีซั่น (62 ตอน)
จำนวนชั่วโมงในการดูหนัง : 49 ชั่วโมง
แบ่งดูแบบ 4 วันจบ : 12 ตอน/วัน
เรื่องย่อ : เมื่อ วอลเตอร์ ไวท์ ครูสอนเคมีพบว่าตัวเองเป็นมะเร็งปอด และอาจมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน วอลเตอร์จึงคิดหาเงินเก็บให้ภรรยาและลูกของเขา ด้วยการร่วมมือกับอดีตศิษย์ขี้ยา เจสซี พิงค์แมน เพื่อผลิตยาไอซ์ด้วยทักษะด้านเคมีของเขา และเส้นสายของเจสซีเพื่อขายยาเอง
เหมาะกับใคร : เรื่องนี้จะเล่าเส้นทางของคนธรรมดา ๆ ที่เริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ จนก้าวมาเป็นอาชญากรจนไม่สามารถกลับตัวได้ เราจะได้เห็นพัฒนาการทางความคิดของคนที่กลายมาเป็นอาชญากรทีละนิด คนที่ชอบโทนเรื่องแนวดาร์คแบบค่อย ๆ เข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ลุ้นมากแต่ชวนติดตาม ว่าเรื่องราวทั้งหมดจะจบลงได้อย่างไร
ดูได้ที่ : netflix
How to Get Away With Murder
จำนวนภาค/ซีซั่น : 3 ซีซั่น (45 ตอน) **ซีซั่นที่ 4 กำลังฉายในช่อง ABC
จำนวนชั่วโมงในการดูหนัง : 32 ชั่วโมง 20 นาที
แบ่งดูแบบ 4 วันจบ : 10 ตอน/วัน
เรื่องย่อ : เตรียมลงเรียนวิชา “ทำอย่างไรให้พ้นจากการเป็นฆาตกร” กับแอนนาลีส คีตติ้ง ทนายความและอาจารย์สอนวิชา How to get away with Murder เรื่องราวของทนายสาวสุดเก่ง ผู้ที่ไม่เคยว่าความแพ้ แต่แล้วเธอก็ได้พบว่าลูกศิษย์หัวกะทิของเธอ มีความลับซ่อนอยู่
เหมาะกับใคร : คนที่ชอบเรื่องราวแนวสืบสวนและกฏหมายโดยเฉพาะ ลุ้นการไขแต่ละคดีสุด ๆ และมาพร้อมข้อกฏหมายที่เราอาจไม่เคยรู้มาก่อน ใครกลัวว่าพูดแต่เรื่องกฏหมายจะน่าเบื่อ บอกเลยว่าไม่มีคำว่าเบื่อกับเรื่องนี้ เล่าออกมาได้เข้าใจง่ายสุด ๆ ใครชอบหนังสืบสวนฉลาด ๆ เป็นเรื่องที่ควรหยิบมาดูเลย หลายคนการันตีมาว่า สนุก น่าติดตามเพราะงั้นอย่าพลาดนะ
ดูได้ที่ : netflix
Prison Break
จำนวนภาค/ซีซั่น : 4 ซีซั่น (81 ตอน) ซีซั่น 5 ยังไม่มีให้ดูออนไลน์
จำนวนชั่วโมงในการดูหนัง : 58 ชั่วโมง 39 นาที
แบ่งดูแบบ 4 วันจบ : 6 ตอน/วัน (จบ 1 ซีซั่น)
เรื่องย่อ : เรื่องราวของสองพี่น้อง เมื่อพี่ชายถูกตัดสินว่าเป็นอาชญากรทั้งที่ไม่ได้ทำ น้องชายจึงคิดแผนเพื่อที่จะทำให้พี่ชายหนีออกจากคุกได้ เรื่องเหมือนจะสั้น แต่จริง ๆ แล้วมีมาถึง 5 ซีซั่นให้ชมกัน เป็นเรื่องที่ทำให้เห็นความฉลาดของตัวเอกอย่าง ไมเคิล สโคฟิลด์ ที่สามารถสร้างแผนพาตัวเองเข้าคุกและพาพี่ชายออกจากคุกด้วยแผนสุดแยบยล
เหมาะกับใคร : เหมาะมากกับคนที่ชอบซีรี่ย์ฉลาดและลุ้นระทึกโดยไม่ต้องมีฉากแอคชั่นมากมาย ถึงจะเป็นเนื้อเรื่องเกี่ยวกับการแหกคุกที่น่าจะสั้นมาก แต่เป็นซีรี่ย์พล็อตสั้น เนื้อเรื่องยาวที่ไม่น่าเบื่อเลย เพราะได้เห็นเรื่องราวภายในคุกและตัวแปรมากมายให้ตัวเอกต้องพยายามให้การแหกคุกมากขึ้ิน
ดูได้ที่ : iflix
Sherlock
จำนวนภาค/ซีซั่น : 3 ซีซั่น (10 ตอน)
จำนวนชั่วโมงในการดูหนัง : 14 ชั่วโมง 40 นาที
แบ่งดูแบบ 4 วันจบ : 3 ตอน/วัน
เรื่องย่อ : ไปทางฝั่งอาชญากรมาเยอะแล้ว มาฝั่งตามหาอาชญากรกันบ้าง กับยอดนักสืบ เชอร์ล็อก โฮล์มส์ ผู้ไขปริศนาตามหาอาชญากร และหมอวัตสันผู้เช่าห้องอยู่ร่วมกัน ทั้งสองได้ไขคดีต่าง ๆ ร่วมกัน เป็นที่มาของเรื่องราวทั้งหมด แต่ละคดีจะจบใน 1 ตอน ซึ่งมีความยาวประมาณชั่วโมงครึ่ง จำนวนตอนเลยมีไม่เยอะมาก ดู 4 วันจบแบบสบาย ๆ เลย
เหมาะกับใคร : เหมาะกับคนมีเวลาน้อย แต่อยากดูซีรี่ย์แนวสืบสวนแบบเจ๋ง ๆ ความแตกต่างของเชอร์ล็อกโฮล์มส์กับเรื่องแนวสืบสวนอื่น ๆ คือเรื่องราวไม่บู้สนั่นจอ แต่เป็นนักสืบกับคุณหมอที่จับพลัดจับผลูมาไขคดีต่าง ๆ ร่วมกัน เป็นซีรี่ย์สืบสวนที่ไม่ซีเรียสจนเกินไป
ดูได้ที่ : netflix
Bosch
จำนวนภาค/ซีซั่น : 3 ซีซั่น (10 ตอน)
จำนวนชั่วโมงในการดูหนัง : 21 ชั่วโมง 59 นาที
แบ่งดูแบบ 4 วันจบ : 10 ตอน/วัน
เรื่องย่อ : แฮร์รี่ บอช นักสืบคดีฆาตกรรมในเขตฮอลลีวู้ด และอดีตทหารหน่วยรบพิเศษในอิรัก แต่ตอนนี้เขาต้องตกที่นั่งลำบาก เมื่อเขาถูกกล่าวหาว่ายิงผู้ต้องสงสัยจนเสียชีวิต ที่ถึงแม้กรมตำรวจแอลเอ จะตัดสินว่าเขาไม่ได้ทำผิด แต่ญาติของผู้ตายก็ยังสั่งฟ้องเขาอยู่ดี และในระหว่างที่เขากำลังรอผลการตัดสิน เขาก็ต้องสืบคดีลึกลับอีกคดี เมื่อมีสุนัขไปพบกระดูกของเด็กคนนึงบนเขา และกระดูกนั่นมีร่องรอยการถูกทำร้ายอย่างแน่นอน
เหมาะกับใคร : เรื่องราวลึกลับซับซ้อน พล็อตเรื่องแนวตำรวจหัวดื้อที่ต้องพิสูจน์ตัวเองจากการถูกใส่ร้าย และการสืบคดีฆาตกรรมหลาย ๆ คดีที่โยงไปถึงเรื่องคอรัปชั่นในวงการตำรวจด้วย แต่ละคดีจะจบในซีซั่น ค่อนข้างดราม่าพอสมควร และมันส์มาก แนว ๆ ของผู้ชายจะชอบมากกว่า
ดูได้ที่ : iflix
“ซีรี่ย์การเมือง แย่งชิงอำนาจ”

House of cards
จำนวนภาค/ซีซั่น : 5 ซีซั่น (65 ตอน)
จำนวนชั่วโมงในการดูหนัง : 55 ชั่วโมง 13 นาที
แบ่งดูแบบ 4 วันจบ : 3 ตอน/วัน (จบ 1 ซีซั่น)
เรื่องย่อ : แฟรงค์ อันเดอร์วู้ด สส.ผู้ทรงอิทธิพลของเดโมแครต ผู้ไต่เต้าขึ้นมาสู่เก้าอี้แห่งอำนาจโดยไม่คำนึงถึงวิธีการที่จะได้มา เริ่มจากการถูกหักหลังจากประธานาธิบดี นำไปสู่การแก้แค้นแย่งชิงอำนาจกลับคืน เนื้อหาค่อนข้างจะหนักหน่วง แต่ด้วยความเหนือชั้นสุด ๆ ทำให้น่าติดตามว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไปบ้าง เป็นซีรี่ย์ที่คนชอบหนังฉลาด ๆ น่าจะติดงอมแงมล่ะ
เหมาะกับใคร : คนชอบหนังการเมือง ชอบหนังชิงไหวชิบพริบแบบสุด ๆ ในเรื่องทุกตัวละครจะดูเทา ๆ ไม่ดีสุด และไม่เลวสุด ทำให้รู้สึกว่าค่อนข้างเรียลเลยล่ะ เราจะได้ดูการวางแผนแย่งชิงอำนาจกันอย่างเต็มที่ อยากดูหนังฉลาดและสมจริงสุด ๆ ไม่ควรพลาดเรื่องนี้
ดูได้ที่ : netflix
The Crown

จำนวนภาค/ซีซั่น : 2 ซีซั่น (20 ตอน)
จำนวนชั่วโมงในการดูหนัง : 19 ชั่วโมง 20 นาที
แบ่งดูแบบ 4 วันจบ : 5 ตอน/วัน
เรื่องย่อ : ซีรีส์เรื่องราวของควีนเอลิซาเบธที่สอง เล่าชีวประวัติการได้มาซึ่งอำนาจที่ต้องแลกกับตัวตน และการฝ่าบททดสอบทางการเมืองและในเรื่องต่าง ๆ จนถึงปัจจุบัน ในเรื่องนี้จะได้เห็นการแก้ปัญหาในด้านการเมืองของราชวงศ์แบบเต็มที่ นอกเหนือจากการใช้ชีวิตแบบหรูหราแบบราชินี
เหมาะกับใคร : ใครที่อยากสัมผัสเรื่องราวเบื้องหลังที่เราไม่มีโอกาสได้สัมผัส เช่น เรื่องราวในวังเบกกิ้งแฮม การเป็นราชินี เนื้อเรื่องที่อิงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ทำให้ซีรี่ย์เรื่องนี้สมจริงมาก ๆ ถ้าใครกลัวว่าเรื่องนี้เนื้อหาหนัก ความเป็นจริงคือไม่หนักเลย ดูได้เรื่อย ๆ สบาย ๆ ไม่เครียดดูไม่สนุกแน่นอน
ดูได้ที่ : netflix
” เอาตัวรอดในโลกสุดอันตราย “

Lost
จำนวนภาค/ซีซั่น : 6 ซีซั่น (121 ตอน)
จำนวนชั่วโมงในการดูหนัง : 82 ชั่วโมง 51 นาที
แบ่งดูแบบ 4 วันจบ : 6 ตอน/วัน (จบ 1 ซีซั่น)
เรื่องย่อ : เรื่องราวของกลุ่มผู้รอดชีวิตจากอุบัติเหตุเครื่องบินตกบนเกาะลึกลับในแปซิฟิกใต้ และต้องพบกับเหตุการณ์ประหลาดและอันตรายในรูปแบบต่างๆ ที่ยิ่งเลวร้ายยิ่งกว่าจะคาดคิด
เหมาะกับใคร : ใครที่อินซีรีส์แนวเซอร์ไวเวอร์ เรื่องนี้จะเป็นลิสต์อันดับต้น ๆ ที่เราขอแนะนำและเป็นที่สุดแห่งมหากาพย์ซีรีส์มากๆ ซึ่งสุดท้ายแล้ว คุณจะต้องอยากรู้เป็นแน่ ว่าทุกคนจะเอาชีวิตรอดออกมาได้ยังไง และมีอะไรที่คนเหล่านั้นต้องเจอบ้าง
3%
จำนวนภาค/ซีซั่น : 1 ซีซั่น (8 ตอน)
จำนวนชั่วโมงในการดูหนัง : 6 ชั่วโมง 1 นาที
แบ่งดูแบบ 4 วันจบ : 2 ตอน/วัน
เรื่องย่อ : เรื่องราวแนวดิสโทเปีย(สังคมในจินตนาการ) ที่ว่าด้วยโลกที่ถูกแยกออกเป็นสองฟาก ฟากหนึ่งอุดมสมบูรณ์ ส่วนอีกด้านมีแต่ความแร้นแค้น จะมีเพียง 3 เปอร์เซนต์ เท่านั้นจากคนทั้งโลกที่จะถูกเลือกให้ไปใช้ชีวิตอีกฟากนึง โดยผ่านสิ่งที่เรียกว่า”กระบวนการคัดสรร” เมื่อมีอายุครบ 20 ปีขึ้นไปแล้วเท่านั้น
เหมาะกับใคร : ใครที่ชอบดูหนังสไตล์ฮังเกอร์เกม ต่อสู้เอาชีวิตรอด เรื่องนี้ตอบโจทย์มาก ซึ่งความน่าสนใจมันอยู่ตรงที่วิธีการคัดสรรนี่แหละ ที่จะทำให้เราลุ้นแทบบ้าประหนึ่งไปเป็นคนแสดงซะเอง
ดูได้ที่ : netflix
The 100
จำนวนภาค/ซีซั่น : 3 ซีซั่น (45 ตอน)
จำนวนชั่วโมงในการดูหนัง : 30 ชั่วโมง 30 นาที
แบ่งดูแบบ 4 วันจบ : 11 ตอน/วัน
เรื่องย่อ : เมื่อโลกเต็มไปด้วยกัมมันตภาพรังสีจนไม่สามารถใช้ชีวิตได้ คนกลุ่มสุดท้ายจึงต้องใช้ชีวิตบน The Ark (สถานีอวกาศ) ผ่านไปกว่า 100 ปี เด็กวัยรุ่นจำนวน 100 คนถูกส่งมายังโลก เพื่อทดสอบความเป็นไปได้ที่มนุษย์จะกลับมาใช้ชีวิตบนนี้อีกครั้ง แต่กลับพบสิ่งมีชีวิตอื่นบนโลกอีก เอาละสิ่ ใครจะอยู่ใครจะไป แล้วจะเอาตัวรอดกันได้อย่างไร
เหมาะกับใคร : ผู้ที่ชอบหนังแนวเซอร์ไวเวอร์ + ดิสโทเปีย ผสมความเป็นหนังวัยรุ่น ให้อารมณ์คล้าย ๆ กับ The Hunger Game แต่มีความเป็นหนังวัยรุ่นเยอะกว่ามาก ๆ เลยไม่เครียดจนเกินไป และเรื่องนี้มีมนุษย์กลายพันธุ์ สัตว์ประหลาดฆ่าคน ถ้าชอบเซอร์ไวเวอร์แนวนี้ เก็บเรื่องนี้ไว้ในลิสต์ได้เลย
The Mist
จำนวนภาค/ซีซั่น : 1 ซีซั่น (10 ตอน)
จำนวนชั่วโมงในการดูหนัง : 7 ชั่วโมง 2 นาที
แบ่งดูแบบ 4 วันจบ : 3 ตอน/วัน
เรื่องย่อ : ซีรี่ย์แนวไซไฟผสมสยองขวัญ ว่าด้วยเรื่องราวของหมอกปริศนาเข้ามาปกคลุมเมือง ทุกคนหนีตายเข้าไปอยู่ซุปเปอร์มาร์เก็ต และพบว่าในหมอกนั้นมีอสุรกายแฝงตัวอยู่ เป็นซีรี่ย์ที่ต่อยอดจากภาพยนตร์นำมาทำเป็นซีรี่ย์ยาวสุดลุ้นระทึกไปกับการเอาตัวรอดจากการถูกขังอยู่ในซุปเปอร์มาร์เก็ต และเหล่ามนุษย์ที่เผยสันดานดิบเมื่ออยู่ในอันตราย หลายเสียงพูดตรงกันเลยว่าเรื่องนี้โหดไม่น้อยเลยล่ะ หลายเสียงพูดตรงกันเลยว่าเรื่องนี้โหดไม่เบา แต่จะโหดเหมือนกับในเวอร์ชั่นหนังหรือไม่ ต้องไปพิสูจน์กันนะ
เหมาะกับใคร : นอกเหนือจากเรื่องการเอาชีวิตรอดจากอสุรกายในหมอกแล้ว ซีรี่ย์เรื่องนี้ยังเล่าถึงสันดานดิบของมนุษย์เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย ใครที่ชอบซีรี่ย์ที่ทั้งมีมุมดาร์คเข้มข้น ดราม่าหนัก ๆ และสยองขวัญเลือดสาดแบบครบรส น่าจะเก็บเป็นตัวเลือกสำหรับวันหยุดนี้นะ
ดูได้ที่ : netflix
” ซูเปอร์ฮีโร่กู้โลก “

รวมเซ็ต Marvel
จำนวนเรื่อง : 5 เรื่องหลัก (9 เรื่องย่อย)
- Thor ภาค 1 – 2 (ภาค 3 ยังไม่มีออนไลน์)
- Iron Man ภาค 1 – 3
- Captain America ภาค 1 – 2 (ภาค 3 ยังไม่มีออนไลน์)
- Guardian of the Galaxy ภาค 1 (ภาค 2 ยังไม่มีออนไลน์)
- Avenger ภาค 1 (ภาค 2 ยังไม่มีออนไลน์)
จำนวนชั่วโมงในการดูหนัง : 17 ชั่วโมง 52 นาที
แบ่งดูแบบ 4 วันจบ : 2 เรื่อง/วัน
สรุปย่อ : จักรวาลสุดอลังที่ทุกคนไม่ควรพลาด หนังแนว Super Hero เราจัดเซ็ตมารวมกัน เพราะทั้งหมดนี้อยู่ในจักรวาลมาร์เวล โดยเรื่องราวทุกเรื่องเชื่อมโยงกันด้วย Infinity Stones อัญมณีทั้ง 6 ที่เป็นขุมพลังไร้ที่สิ้นสุด ดูแบบภาพยนตร์เดี่ยวก็สนุก แต่ขอบอกว่าดูครบเซ็ตแล้วจะสนุกที่สุดล่ะ
เหมาะกับใคร : คนชอบซุเปอร์ฮีโร่ แอคชั่นจัดหนัก แต่เนื้อเรื่องสนุก ไม่ซีเรียสจัด ๆ ส่วนใหญ่ออกไปทางตลก คนที่ชอบเรื่องราวที่เชื่อมต่อกันอย่างละเล็กน้อย เหมือนได้ต่อ Puzzle ไปเรื่อย ๆ พอถึงหนังรวมก็รู้สึกเหมือนได้โบนัสเลยล่ะ!
แหล่งดูซีรี่ย์ และเคล็ดลับดูหนังมาเวลแบบสนุกๆ : ลองดูไล่แบบเรียงตามเวลาในอาณาจักรมาเวลไปด้วย ได้ฟีลเหมือนอยู่ในโลกมาร์เวลจริง ๆ เลยแหละ! เราเรียงเรื่องมาให้เรียบร้อยแล้ว ดูตามนี้ได้เลยย!
- Iron Man 3 : iflix
- Thor : The Dark World : iflix
- Captain America: The Winter Soldier : iflix
- Guardians of the Galaxy Vol. 1 : iflix
รวมเซ็ต DC
จำนวนภาค/ซีซั่น : 5 เรื่อง
จำนวนชั่วโมงในการดูหนัง : 11 ชั่วโมง 50 นาที
แบ่งดูแบบ 4 วันจบ : 2 เรื่อง/วัน
สรุปย่อ : ย้ายมาที่จักรวาลเพื่อนบ้านอย่าง DC สำหรับรวมเซ็ตนี้ ต้องบอกก่อนว่า เนื้อเรื่องแต่ละเรื่องยังไม่ต่อกันซะทีเดียว เพราะกำลังเริ่มปูเข้าสู่จักรวาลทีละน้อย เอาเป็นว่าใครชอบตัวละครจาก DC Comic ตัวใดตัวนึง ลองดูแบบยกเซ็ตกันดู ก่อนไปดู Justice League
เหมาะกับใคร : เหมาะกับคนที่ชอบซุเปอร์ฮีโร่สายดาร์ค สำหรับดีซีจะเป็นแนวไม่ติดตลก แอคชั่นรัว ๆ ดราม่าหนักหน่อย ตัวละครคุ้นหน้าคุ้นตาอย่างแบทแมน ซูเปอร์แมน เนื้อเรื่องไม่ต่อกัน ดูแล้วไม่สับสน ไม่ต้องคิดเยอะ
ดูได้ที่ :
- Green Lantern : netflix
“โลกแห่งเวทย์มนต์และคำสาป”

Harry Potter
จำนวนภาค/ซีซั่น : 8 ภาค
จำนวนชั่วโมงในการดูหนัง : 19 ชั่วโมง 39 นาที
แบ่งดูแบบ 4 วันจบ : 2 ภาค/วัน
เรื่องย่อ : เข้าสู่โลกเวทย์มนต์กันหน่อย กับภาพยนตร์ขวัญใจทุกคนตลอดกาลอย่าง แฮรี่ พอตเตอร์ พ่อมดน้อยที่กำพร้าพ่อแม่ และต้องเผชิญหน้ากับ ลอร์ด โวลเดอมอร์ พ่อมดที่ชั่วร้ายที่สุด
เหมาะกับใคร : เป็นภาพยนตร์ชุดความยาว 8 ภาค ที่ไม่ว่าใครก็ดูไม่ต่ำกว่าหนึ่งรอบกันทั้งนั้น ยิ่งใกล้วันหยุดยาวแบบนี้ การหลบหลีกผู้คนเข้ามาอยู่ในโลกแห่งจินตนาการ ก็ถือเป็นการผ่อนคลายที่ไม่เลวเลยล่ะ ว่าแล้วก็.. สตูเปฟาย!
ดูได้ที่ : Hooq
Pirates of the Caribbean
จำนวนภาค/ซีซั่น : 5 ภาค แต่ภาค 5 เพิ่งออกจากโรงไปเมื่อกลางปี ยังไม่มีในออนไลน์
- The Curse of the Black Pearl
- Dead Man’s Chest
- At world’s end
- On Stranger Tides
- Salazar’s Revenge (ภาคนี้ยังไม่มีแบบออนไลน์)
จำนวนชั่วโมงในการดูหนัง : 9 ชั่วโมง 32 นาที
แบ่งดูแบบ 4 วันจบ : 1 ภาค/วัน
เรื่องย่อ : เรื่องราวผจญภัยสุดอันตรายของกัปตันแจ็ค สแปร์โรว์ โจรสลัดเจ้าเล่ห์แห่งทะเลแคริบเบี้ยน กับภารกิจเดินเรือในแต่ละภาคที่ชวนให้ลุ้นอยู่ตลอด เพราะต้องเจอกับเรื่องราวอาถรรพ์ต้องคำสาปบนท้องทะเลที่แตกต่างกันไป ความน่าสนใจของเรื่องอยู่ที่ความเพี้ยน ๆ ของกัปตันแจ็คนี่แหละ
เหมาะกับใคร : หากใครชอบแนวการผจญภัยลบล้างคำสาปอยู่ตลอดเวลา มีความเพี้ยน ๆ ในหนังค่อนข้างเยอะ เลยเป็นเรื่องที่ตลกและสนุกมากเรื่องนึง ภาพยนตร์เรื่องนี้น่าจะพอทำให้คุณลืมเรื่องภายนอกไปได้ไม่เบา การโยงเรื่องของ Pirates of the Caribbean นี่กลายเป็นจักรวาลย่อม ๆ ได้เลย ใครชอบจักรวาลมาร์เวล มาลองสัมผัสจักรวาลกัปตันแจ็คดูนะ
ดูได้ที่ : iflix (4 ภาค)
“ผจญภัยนอกจักรวาล”

Star Wars
จำนวนภาค/ซีซั่น : 8 ภาค (ฉายออนไลน์ 6 ภาค)
- Star Wars: Episode I – The Phantom Menace
- Star Wars: Episode II – Attack of the Clones
- Star Wars: Episode III – Revenge of the Sith
- Star Wars: Episode IV – A New Hope
- Star Wars: Episode V – The Empire Strikes Back
- Star Wars: Episode VI – Return of the Jedi
- Star Wars: Episode VII – The Force Awakens (ยังไม่มีออนไลน์)
- Star Wars: Episode VIII – The Last Jedi (ฉายในโรงภาพยนตร์ตอนนี้)
จำนวนชั่วโมงในการดูหนัง : 13 ชั่วโมง 26 นาที
แบ่งดูแบบ 4 วันจบ : 2 ภาค/วัน
เรื่องย่อ : อันเป็นเรื่องราวแห่งจักรวาลที่หลายคนติดตามกันมานามนม เริ่มจากกลุ่มพันธมิตรกบฏที่วางแผนทำลายสถานีอวกาศดาวมรณะที่ทรงพลัง ซึ่งสร้างโดยจักรวรรดิกาแลกติกที่ชั่วร้าย ทำให้ชีวิตของ ลุค สกายวอล์คเกอร์ต้องกลายมาเป็นผู้ช่วยกอบกู้กาแลกซี
เหมาะกับใคร : นับเป็นหนังมหากาพย์ที่มีมาอย่างยาวนาน จนบางทีจะไปดูภาคใหม่ๆก็ต้องมีย้อนดูของเก่ากันบ้าง ใครยังไม่เคยดู แล้วสนใจแนวผจญภัยนอกอวกาศ ลองไล่ดูเรื่องนี้ไปพลางๆ แล้วคุณอาจจะอินจนมีดาบเจไดไม่รู้ตัว ก็เป็นได้
ดูได้ที่ : iflix
“สยองขวัญ เลือดสาด”

Final Destination
จำนวนภาค/ซีซั่น : 5 ภาค (มีในออนไลน์ 3 ภาค)
จำนวนชั่วโมงในการดูหนัง : 4 ชั่วโมง 31 นาที
แบ่งดูแบบ 4 วันจบ : 1 ภาค/วัน
เรื่องย่อ : ที่สุดแห่งความชะตาขาด ว่าด้วยเรื่องราวสุดสยองขวัญของการโกงความตายที่ต้องชดใช้ด้วยความตาย ซึ่งในแต่ละภาคจะเชื่อมโยงด้วยหลักการเดียวกันคือ ตัวละครหลักจะมองเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าว่าจะต้องตายอย่างไร และคนที่รอดพ้นจากความตายได้ จะต้องตายด้วยเหตุการณ์สุดสยอง
เหมาะกับใคร : ขอรับประกันว่าหากใครชอบความเลือดสาดหรือการตายแบบแปลก ๆ ผิดธรรมชาติ เรื่องนี้ตอบโจทย์มาก ๆ จนคุณอดคิดภาพตามไม่ได้เลยล่ะ
ดูได้ที่ : hooq (ภาค 1 , 2 , 4)
Saw
จำนวนภาค/ซีซั่น : 8 ภาค (ดูออนไลน์มี 4 ภาค ภาคล่าสุดไปตามดูในโรงภาพยนตร์ได้)
จำนวนชั่วโมงในการดูหนัง : 5 ชั่วโมง 2 นาที
แบ่งดูแบบ 4 วันจบ : 1 ภาค/วัน
เรื่องย่อ : ภาพยนตร์ระทึกขวัญที่เล่าถึงฆาตกรใจโหดที่ก่อนหน้านั้นเป็นเพียงคนธรรมดา แต่เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะตาย จึงลุกขึ้นมาสร้างเกมสุดโหดในนาม “จิ๊กซอว์” พร้อมด้วยอุปกรณ์การฆ่าแบบคาดไม่ถึง
เหมาะกับใคร : เรื่องนี้รับประกันทั้งความลุ้นและโหดจนเลือดนองแบบเต็มลิมิต ใครอยากดูคงต้องใจแข็งระดับหนึ่ง เพราะน่ากลัวและเข้มข้นแบบจริงจัง จนไม่อยากให้พลาดสักวินาที
ดูได้ที่ : hooq (ภาค 1 – 4) , iflix (ภาค 1 – 2)
“แอคชั่น สนั่นจอ”

Resident Evil
จำนวนภาค/ซีซั่น : 6 ภาค (มีออนไลน์ 3 ภาค)
- Resident Evil
- Resident Evil: Apocalypse
- Resident Evil: Extinction
- Resident Evil: Afterlife
- Resident Evil: Retribution
- Resident Evil: The Final Chapter
จำนวนชั่วโมงในการดูหนัง : 6 ชั่วโมง 19 นาที
แบ่งดูแบบ 4 วันจบ : 1 ภาค/วัน
เรื่องย่อ : ภาพยนตร์ที่สร้างจากเกมชื่อดังที่อ้างอิงเหตุการณ์ ตัวละครจากในเกม แต่ตัวพล๊อตเรื่องไปไกลกว่าเกมเลยทีเดียว โดยมีตัวละครหลักของเรื่องคือ อลิซ ที่โดนจับไปทดลองและพบว่าตัวเองติดเชื้อกลายเป็น เนเมซิส หรืออาวุธชีวภาพทดลอง และต้องพบกับการไล่ล่า หนีซอมบี้สุดระทึก
เหมาะกับใคร : ผู้ที่ชอบแอคชั่นแบบจัดเต็ม เพราะมีทั้งหนีซอมบี้ ทั้งสาดกระสุนเปลวเพลิงประหนึ่งอยู่ในเกม เนื้อหาไม่ซับซ้อน เข้าใจง่าย คนที่ชอบหนังแนว ๆ ซอมบี้ มนุษย์กลายพันธุ์ หรือคนที่ชอบเล่นเกมแอคชั่นน่าจะถูกใจ
ดูได้ที่ : hooq (ภาค 1 – 3 และ 5 ) , iflix (ภาค 1 – 2)
The Matrix
จำนวนภาค/ซีซั่น : 3 ภาค
- The Matrix
- The Matrix Reloaded
- The Matrix Revolutions
จำนวนชั่วโมงในการดูหนัง : 6 ชั่วโมง 57 นาที
แบ่งดูแบบ 4 วันจบ : 1 ภาค/วัน
เรื่องย่อ : เรื่องราวของโลกในอนาคตและนวัตกรรม เมื่อเกิดสงครามระหว่างเครื่องจักรและมนุษย์ และผู้ที่ชนะคือเครื่องจักร แนวไซไฟแอคชั่น เป็นหนังที่เรียกว่าคลาสสิกสุด ๆ ใครยังไม่เคยดู ช่วงวันหยุดไปลองจัดไตรภาคให้ครบกันนะ
เหมาะกับใคร : เหมาะกับคนที่ชอบหนังประเภทแอคชั่นไซไฟ ล้ำยุคนิด ๆ มีเรื่องราวให้คิดระหว่างดูเรื่อย ๆ เรื่องนี้ถือว่าเป็นหนังในตำนานที่แค่เห็นรูปก็จำได้ ใครที่ยังไม่เคยดู เอาเวลาที่มีไปแว่บ ๆ ดูก็สนุกดีนะ
ดูได้ที่ : netflix
“เรื่องราวความรัก อบอุ่นหัวใจ”

Reply 1988 – 1994 – 1997
จำนวนภาค/ซีซั่น : 3 เรื่อง (50 ตอน)
จำนวนชั่วโมงในการดูหนัง : 75 ชั่วโมง
แบ่งดูแบบ 4 วันจบ : 12 ตอน/วัน
เรื่องย่อ : ซีรี่ย์แนวครอบครัวอบอุ่นหัวใจ เรื่องราวความรักในแบบต่าง ๆ ที่เล่าผ่านเหตุการณ์สำคัญของเกาหลีในช่วงปีต่าง ๆ กัน ธีมเรื่องวัยรุ่นในช่วงอดีต เล่าสลับกับยุคสมัยปัจจุบัน เนื้อหาอาจจะไม่อินจัด แต่ถ้าความอบอุ่นหัวใจล่ะก็อินสุด ๆ ไปเลย
เหมาะกับใคร : คนที่อาจจะไม่อินหนังเกาหลีมาก แต่สนใจเรื่องราวของอดีตในยุค 80 และ 90 เหมือนได้ไปเปิดโลกใหม่ว่าในยุคนั้น ประเทศเกาหลีเป็นยังไงบ้าง อีกจุดนึงที่น่าสนใจของเรื่องนี้คือ การเล่าสลับกันระหว่างอดีตและปัจจุบัน และทิ้งความสงสัยให้เราว่า พระเอกของเรื่องนี้คือใครกันแน่
ดูได้ที่ : iflix Reply 1988 , Reply 1994 , Reply 1997
“เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูก็สนุก”

Toy story 1 – 3
จำนวนภาค/ซีซั่น : 3 ภาค
จำนวนชั่วโมงในการดูหนัง : 4 ชั่วโมง 43 นาที
แบ่งดูแบบ 4 วันจบ : 1 ภาค/วัน
เรื่องย่อ : อีกหนึ่งภาพยนตร์แอนิเมชั่นสุดน่ารักที่อยู่ในใจใครหลายคน เป็นเรื่องราวของเหล่าของเล่นที่มีเจ้าของใจดีอย่าง “แอนดี้” แต่แล้วเจ้าของเล่นก็ต้องเจอกับเหตุการณ์สุดวุ่นวายที่ทำให้ออกห่างจากแอนดี้ไปเรื่อยๆ
เหมาะกับใคร : เหมาะกับการดูย้อนวัยที่สุดดด ภาพยนตร์ทั้งสามภาคของเรื่องนี้มีทั้งความน่ารักและอบอุ่น รวมทั้งเรื่องราวที่ไม่น่าเบื่อชวนให้ง่วงแต่อย่างใด เราเชื่อว่าใครหลายคน ต้องเคยดูกันมาบ้างแล้ว และถ้าหากมีเวลา ลองใช้ภาพยนตร์เรื่องนี้ย้อนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งก็ได้นะ
ดูได้ที่ : iflix
เลือกเซ็ตหนังดูตามสเกลความอึด



แนะนำหนังและซีรี่ย์ที่สนุก ๆ ไปแล้ว ใครที่ยังลังเลใจว่าจะดูกับเว็บไหนดี
เรามีชี้เป้าโปรเด็ด ๆ จาก iflix / netflix / Hooq / Viu ไว้ในแอปชี้เป้าโปรถูกแล้วนะ
ใครยังไม่มีแอปไปโหลดได้ที่นี่เลย: https://bnc.lt/m/P6BMwgHcto
ไปเลือกใช้โปรเด็ด ๆ แล้ว ดูหนังยาว ๆ กันได้เลย !
บทความที่เกี่ยวข้อง
#ชี้เป้า iflix VS Netflix ดูหนังและซีรี่ย์ออนไลน์ที่ไหนใช่และคุ้ม!



