#ชี้เป้า วิธีเลือกซื้อตู้เย็น & ตู้เย็นราคาไม่เกิน 5,000 บาท น่าสนใจ
วิธีเลือกซื้อตู้เย็น สำหรับมือใหม่ พร้อมแนะนำ ตู้เย็นราคาไม่เกิน 5,000 บาท
สำหรับใครที่อยากมีตู้เย็นหลังแรกของตัวเอง แต่ยังไม่รู้ว่าควรจะเลือกซื้อตู้เย็นแบบไหนที่เหมาะกับการใช้งาน
#ชี้เป้า สรุปโพยมาให้แล้วที่บทความนี้จ้า ไปดูกันเลย!
❄️❄️❄️
พื้นฐานการเลือกซื้อตู้เย็น
ก่อนอื่นต้องดูการใช้งานตู้เย็นของเราค่ะว่า ตู้เย็นที่เราจะซื้อมานี้จะใช้แช่อะไรบ้าง แช่เนื้อสัตว์ในช่องแช่แข็ง หรือเน้นแข่ผักผลไม้
แล้วใช้งานกันกี่คน เพราะยิ่งมีสมาชิกในบ้านที่ใช้ตู้เย็นร่วมกันมาก ก็ควรซื้อตู้เย็นที่มีขนาดเหมาะสมกับการใช้งาน เพื่อที่จะได้ไม่ต้องแย่งกันแช่ของ
เพราะการแช่ของจำนวนมาก ๆ จนแน่นตู้เย็นนั้น นอกจากจะทำให้ความเย็นกระจายไม่ทั่วถึงดีแล้ว ตู้เย็นยังทำงานหนัก และกินไฟอีกด้วย
ความหมายศัพท์เทคนิคตู้เย็น
เวลาไปซื้อตู้เย็น หลายคนอาจจะเห็นป้ายแนะนำสินค้าที่เขียนข้อมูลทางเทคนิคของตู้เย็นแต่ละหลังบอกไว้ เช่น ตู้เย็นขนาด 1.7 คิว ระบบ Inverter ความจุ 46 ลิตร
ซึ่งบางทีอ่านแล้วก็ไม่เข้าใจใช่มั้ยล่ะ ดังนั้น เราก็จะมาแนะนำศัพท์เทคนิคควรรู้เหล่านี้คร่าว ๆ ก่อน เพื่อทุกคนจะได้เลือกตู้เย็นกันง่ายขึ้นนะ
คิว
คิว (Q.) มาจาก คิวบิกฟุต หรือ ลูกบาศก์ฟุต เป็นหน่วยเรียกขนาดของตู้เย็น โดยจะคำนวณจาก ความกว้าง x ความยาว x ความลึก ของตู้เย็น (โดยใช้หน่วยเป็นฟุต)
ยกตัวอย่างเช่น ตู้เย็นยี่ห้อ Redprice มีขนาดกว้าง 1 ฟุต 7 นิ้ว x สูง 3 ฟุต 9 นิ้ว x ลึก 1 ฟุต 7 นิ้ว
เมื่อนำมาคำนวณในหน่วยฟุต [(1+(7/12))x(3+(9/12))x(1+(7/12))] = 4.94 คิวบิกฟุต
หรือถ้าคิดภาพไม่ออกให้คำนวณคร่าว ๆ ว่า 1 คิว จะเท่ากับประมาณถุงช้อปปิ้ง 1 ถุง ก็ได้จ้า
ลิตร
ลิตร คือ ปริมาณความจุของตู้เย็น ถ้าอยากรู้ว่าตู้เย็นคิวเท่านี้จะมีความจุกี่ลิตร ก็คำนวณง่าย ๆ แค่ใช้สูตร จำนวนคิว x 28.32 ค่ะ
ยกตัวอย่างเช่น ตู้เย็นยี่ห้อ Redprice ขนาด 5.2 คิว จะมีความจุประมาณ 5.2 x 28.32 = 147 ลิตรนั่นเอง
คอมเพรสเซอร์
คอมเพรสเซอร์ หมายถึง ระบบทำความเย็นของตู้เย็น ทำหน้าที่ดูดหรืออัดน้ำยาทำความเย็นเข้าไปในตู้เย็น สักพักเมื่อความเย็นได้ที่ ตู้เย็นก็จะตัดเองอัตโนมัติ และเมื่ออุณหภูมิเริ่มกลับมาสูงขึ้น คอมเพรสเซอร์ก็จะเริ่มอัดน้ำยาอีกครั้งเพื่อทำความเย็น วนลูปไปเรื่อย ๆ แบบนี้
โดยในปัจจุบันก็จะมีระบบคอมเพรสเซอร์หลายแบบ แต่ระบบที่เป็นนิยมคือ ระบบ Inverter ที่จะปรับระดับความเย็นแบบอัตโนมัติ และช่วยให้ประหยัดไฟได้มากขึ้น
ถ้าจะซื้อตู้เย็นใหม่ เลือกที่คอมเพรสเซอร์เป็นระบบ Inverter ก็ดีนะ
วัตต์
วัตต์ คือ หน่วยของกำลังไฟฟ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ (ไม่ใช่แค่ตู้เย็น) โดยค่าวัตต์นี้ ถ้ายิ่งมีค่ามากก็หมายถึงว่าเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นกินไฟมากนั่นเอง
ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5
เป็นฉลากที่จะการันตีว่าตู้เย็นของเราประหยัดไฟมากน้อยแค่ไหน
โดยถ้าได้ระดับ 3 ดาวก็แปลว่า ตู้เย็นของเรานั้นประหยัดไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก
นอกจากนี้ในฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ยังมีการบอก ค่าประสิทธิภาพ ด้วย ซึ่งตู้เย็น ยิ่งตัวเลขค่าประสิทธิภาพน้อย ก็จะยิ่งประหยัดไฟฟ้าจ้า
โดยเราสามารถเช็คตู้เย็นของเราว่าประหยัดไฟเบอร์ 5 รึเปล่าได้ด้วย ที่เว็บไซต์ของ กฟผ. http://labelno5.egat.co.th/
วิธีคำนวณค่าไฟจากวัตต์
หลายคนอาจจะกังวลกับค่าไฟฟ้ารายเดือนที่เพิ่มขึ้นจากการซื้อตู้เย็นมาเพิ่ม เพราะตู้เย็นต้องทำงานตลอดเวลา แม้จะมีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 แต่ยังไงค่าไฟก็ต้องเพิ่มขึ้นแน่ ๆ
วิธีคำนวณค่าไฟที่อาจเพิ่มขึ้นคร่าว ๆ สามารถคำนวณได้โดยใช้สูตร
กำลังไฟฟ้า (วัตต์ ) x จำนวนเครื่องใช้ไฟฟ้า ÷ 1000 x จำนวนชั่วโมงที่ใช้ใน 1 วัน = จำนวนหน่วยต่อวัน (ยูนิต)
เช่น ตู้เย็นยี่ห้อ Redprice มีกำลังไฟฟ้า 80 วัตต์ จำนวน 1 เครื่อง และเราใช้ตู้เย็น 24 ชั่วโมงต่อวัน
ดังนั้น จำนวนยูนิตไฟที่จะเพิ่มขึ้น คือ [(80 x 1 )÷ 1000] x 24 = 1.92 ยูนิตต่อวัน (57.6 ยูนิตต่อเดือน)
***แต่ทั้งนี้ตู้เย็นจะมีระบบคอมเพรสเซอร์คอยตัดการทำงานในกรณีที่มีความเย็นเพียงพอ ทำให้ไม่ได้ใช้ไฟฟ้าเต็มกำลังตลอดเวลา ยูนิตที่ตู้เย็นใช้ไฟจริง ๆ ต่อวันอาจต่ำกว่านี้ได้ค่ะ
ขนาดตู้เย็นที่เหมาะสม
👬 จำนวนคน 1 – 2 คน : ขนาดประมาณ 2.5 – 13 คิว (70 – 380 ลิตร)
👬👬 จำนวนคน 3-4 คน : ขนาดประมาณ 12 – 18 คิว (350 – 530 ลิตร)
👬👬👬 จำนวนคน 5 คนขึ้นไป : ขนาดไม่ต่ำกว่า 15 คิว (440 ลิตรขึ้นไป)
ควรวางตู้เย็นตรงไหนให้เหมาะสม
✔️ควรตั้งตู้เย็นบนพื้นเรียบ แข็งแรง มั่นคง เพื่อป้องกันการเอียงล้มของตู้เย็น
✔️ควรตั้งตู้เย็นให้ห่างจากเพดานอย่างน้อย 30 ซม. ห่างจากผนังอย่างน้อย 15 ซม. และควรเว้นระยะด้านข้างตู้เย็นไว้อย่างน้อย 10 ซม. เพื่อให้ตู้เย็นถ่ายเทความร้อนได้ดียิ่งขึ้น
✔️อย่าตั้งตู้เย็นใกล้แหล่งความร้อน เช่น เตาแก๊ส หรือพื้นที่ที่มีแดดส่องถึง เพราะจะยิ่งทำให้ตู้เย็นทำงานหนักมากกว่าปกติ
✔️ไม่ควรตั้งตู้เย็นใกล้แหล่งน้ำ ที่มีน้ำกระเซ็นมาโดนตู้เย็นบ่อย ๆ เพราะอาจจะทำให้เกิดสนิมได้
ประเภทของตู้เย็น
ในร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าเราก็อาจจะเห็นตู้เย็นหลากหลายรูปแบบวางขายอยู่ ซึ่งประเภทหลัก ๆ ของตู้เย็นสำหรับบ้านที่อยู่อาศัย มีดังนี้ คือ
1. ตู้เย็นแบบ 1 ประตู
คือตู้เย็นที่จะมีบานประตูแค่บานเดียว โดยแบ่งย่อย ๆ ได้เป็นอีก 2 ลักษณะคือ
– Compact/Mini Bar ตู้เย็นแบบนี้จะมีขนาดกะทัดรัดปุ๊กปิ๊ก เหมาะกับที่อยู่อาศัยขนาดเล็ก ที่มีสมาชิกแค่ 1 – 2 คน เ
มื่อเปิดเข้าไปภายในจึงจะเจอกับช่องแช่ปกติกับช่องแช่แข็งเล็ก ๆ หรือบางรุ่นก็อาจไม่มีช่องแช่แข็งเลยก็ได้
เรามักเจอตู้เย็นประเภทนี้บ่อย ๆ ตามโรงแรม โรงพยาบาล หรือหอพัก
– Freezerless เป็นตู้เย็นประตูเดียวที่มีขนาดใหญ่กว่าแบบ Mini Bar เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดเล็ก มีสมาชิกไม่มาก
เมื่อเปิดเข้าไปภายในจะมีการแบ่งสัดส่วนชั้นแช่ของทั่วไป ชั้นแช่ผลไม้ ชั้นวางของบริเวณประตู และมีช่องแช่แข็งด้วย
2. ตู้เย็นแบบ 2 ประตู
คือตู้เย็นแบบที่จะมี 2 ประตูแยกกันระหว่างช่องแช่เย็นธรรมดา กับ ช่องแช่แข็ง ซึ่งก็แบ่งได้อีก 2 ลักษณะ คือ
– Top Freezer เป็นตู้เย็น 2 ประตูแบบที่ประตูช่องแช่แข็งจะอยู่ด้านบน ส่วนประตูช่องแช่เย็นธรรมดาอยู่ด้านล่าง ตู้เย็นแบบนี้เป็นตู้เย็นแบบที่เรามักพบเห็นได้บ่อย
– Bottom Freezer อันนี้ก็จะสลับกับแบบ Top Freezer คือช่องแช่แข็งจะถูกย้ายมาอยู่ด้านล่างแทน ส่วนช่องแช่เย็นธรรมดาจะอยู่ด้านบนฃซึ่งช่องแช่แข็งที่อยู่ด้านล่างอาจจะต้องมีการเผื่อพื้นที่เอาไว้ให้มากพอด้วย เพราะมักออกแบบให้เป็นลิ้นชักดึงออกมา อาจจะเห็นไม่บ่อยนักในประเทศไทย
3. ตู้เย็น Side – by – Side
เป็นตู้เย็นแบบเปิดประตูออกจากกันซ้ายขวา เพื่อประหยัดพื้นที่ในการตีวงของประตูตู้เย็น มีพื้นที่ให้ใช้สอยภายในตู้เย็นมาก และสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ
บางรุ่นมีที่กดน้ำหน้าตู้เย็นให้ด้วย เพื่อเพิ่มความสะดวกให้มากขึ้น
วิธีใช้ตู้เย็นให้ประหยัดพลังงานและใช้งานได้ยาวนาน
✔️อย่าเปิดตู้เย็นบ่อย ๆ เพราะจะทำให้สูญเสียความเย็น และเปลืองไฟด้วย
✔️อย่าใส่ของร้อนเข้าไปในตู้เย็น ควรตั้งไว้ที่อุณหภูมิให้เย็นลงก่อน เพราะตู้เย็นจะทำงานหนักและเปลืองไฟ
✔️อย่าแช่พวกสารเคมีมีลักษณะไวไฟไว้ในตู้เย็น อาจเกิดอันตรายหรือระเบิดได้ และอาจปล่อยสารเคมีบางอย่างออกมา ทำให้อาหารในตู้เย็นปนเปื้อน
✔️ไม่ควรแช่ขวดหรือภาชนะแก้วที่สามารถแตกได้ในช่องแช่แข็ง เพราะความเย็นจะทำให้แก้วขยายตัวจนแตกออกมา
✔️ละลายน้ำแข็งช่องแช่แข็งและหมั่นทำความสะอาดตู้เย็นอย่างสม่ำเสมอ
แต่อย่าราดน้ำไปที่ช่องแช่แข็งโดยตรง อาจส่งผลต่อระบบทำควาามเย็น และเกิดไฟรั่ว
✔️อย่าใช้ของมีคม เช่น มีด งัดแงะน้ำแข็งในช่องแช่แข็ง เพราะจะทำให้แผงทำความเย็นชำรุดเสียหาย
✔️ตรวจสอบยางขอบประตูตู้เย็นเสมอ ถ้าหากชำรุดควรเปลี่ยนนะ เพราะจะทำให้ความร้อนเล็ดลอดเข้าไปได้
✔️ถ้าหากเกิดไฟดับควรถอดปลั๊กตู้เย็นออกก่อนสัก 5 นาที เมื่อไฟมาแล้วจึงค่อยเสียบปลั๊กตามปกติ
เนื่องจากไฟที่กระชากอาจจะทำให้ระบบการทำงานของตู้เย็นเสียเร็วขึ้นกว่าเดิม
ตู้เย็นแนะนำในงบไม่เกิน 5,000 บาท
สำหรับใครที่กำลังมองหาตู้เย็นกะทัดรัดสักหลังที่เหมาะกับการตั้งไว้ในหอพัก คอนโด หรือห้องนอนตัวเอง แล้วมีงบประมาณจำกัด
#ชี้เป้า ก็ได้รวบรวมมาให้จากหลากหลายที่ โดยสามารถสั่งซื้ออนไลน์ให้เค้ามาส่งที่บ้านได้เลยแบบไม่ต้องไปขนเองให้เหนื่อย
และขนาดที่แนะนำสำหรับหอพักหรือคอนโดที่มีสมาชิก 1-2 คนคือประมาณ 2.5 – 13 คิว ซึ่งก็มักจะเป็นตู้เย็นประเภท 1 ประตูค่ะ
***ทั้งนี้ ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นนะคะ
HISENSE รุ่น RR60D4AD
เจ้าตู้เย็นมินิบาร์น้อย ราคาน่ารักเพียง 2,000 ต้น ๆ แถมด้วยบริการส่งและติดตั้งฟรีจาก Powerbuy เหมาะวางไว้ในห้องนอน เอาไว้แช่อะไรไว้ดื่มเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือพวกเครื่องสำอาง แถมเค้ายังรับประกันตัวเครื่องตั้ง 3 ปีเลยนะ
ยี่ห้อ : HISENSE
ขนาด/ความจุ : 1.6 คิว / 46 ลิตร
กำลังไฟ : 65 วัตต์
ประหยัดไฟ : เบอร์ 5
รับประกัน : ตัวเครื่อง 3 ปี / Compressor 5 ปี
ราคา : 2,398 บาท
พิกัดไปซื้อ : Powerbuy
Rorlsherl รุ่น BCD – 118
ตู้เย็นขนาด 4.1 คิว ขนาดปุ๊กปิ๊กกำลังกะทัดรัด แต่ให้มาถึง 2 ประตู แยกช่องแช่แข็งกับช่องแช่ปกติกันชัดเจน ประหยัดพลังงาน กินไฟน้อยกว่า โดยเค้าเคลมว่ากินไฟ 2 วัน 1 ยูนิตเท่านั้น และเสียงเบาไม่ดังรบกวนด้วยนะ
ยี่ห้อ : Rorlsherl
ขนาด/ความจุ : 4.1 คิว / 118 ลิตร
รับประกัน : ตัวเครื่อง 1 ปี
ราคา : 4,380 บาท
พิกัดไปซื้อ : Lazada
Haier รุ่น HR – CEQ15
ตู้เย็นสีสันสดใส มีให้เลือกมากถึง 5 สี คือ สีฟ้า, สีเขียว, สีส้ม, สีชมพู และสีเงิน ดีไซน์เก๋ พื้นผิวทำจากเมทัลลิค ทำความสะอาดง่าย ใช้ระบบคอมเพรสเซอร์ Inverter ทั้งยังบุฉนวนกันความร้อนเพื่อประหยัดไฟมากขึ้นด้วย
ยี่ห้อ : Haier
ขนาด/ความจุ : 5.2 คิว / 147 ลิตร
ประหยัดไฟ : เบอร์ 5
รับประกัน : ตัวเครื่อง 1 ปี / Compressor 5 ปี
ราคา : 4,250 บาท
พิกัดไปซื้อ : JD Central
TOSHIBA รุ่น GR-B149
Toshiba รุ่นนี้ราคาแค่ 4 พันต้น ๆ แต่มีช่องแช่แข็งที่ปรับให้ใหญ่ขึ้น ใส่เนื้อสัตว์และเครื่องดื่มได้มากกว่า มีช่องใส่ไข่แบบ Built – in มาให้ ดีไซน์โมเดิร์น เรียบแต่โก้
ยี่ห้อ : Toshiba
ขนาด/ความจุ : 5.2 คิว / 147 ลิตร
กำลังไฟ : 80 วัตต์
ประหยัดไฟ : เบอร์ 5
รับประกัน : ตัวเครื่อง 1 ปี / Compressor 5 ปี
ราคา : 4,375 บาท
พิกัดไปซื้อ : Lazada
Haier รุ่น HR-ADBX15
Haier ขนาด 5.2 คิว มาพร้อมระบบแผงทำความเย็น 4 ด้าน กระจายความเย็นเร็วกว่า ชั้นวางกระจกนิรภัย รองรับน้ำหนักมากถึง 120 กก. แถมมีช่องแช่ผักขนาดใหญ่ใส่ได้จุใจด้วย รับประกันคอมเพรสเซอร์ถึง 10 ปี
ยี่ห้อ : Haier
ขนาด/ความจุ : 5.2 คิว / 147 ลิตร
ประหยัดไฟ : เบอร์ 5
รับประกัน : ตัวเครื่อง 3 ปี / Compressor 10 ปี
ราคา : 4,244 บาท
พิกัดไปซื้อ : Shopee
SHARP รุ่น SJ-G15S-SL

ตู้เย็น 1 ประตูจาก Sharp สีเงินเรียบหรูดูแพง ไซส์กำลังดี ชั้นวางของจัดสรรได้เอง ปรับเป็นครึ่งชั้น หรือพับเก็บได้ถ้าอยากแช่ของขนาดใหญ่ ขาตั้งติดมากับตู้เย็นเลยจ้า สะดวกในการเคลื่อนย้าย ไม่ต้องแยกส่วน
ยี่ห้อ : Sharp
ขนาด/ความจุ : 5.2 คิว / 147 ลิตร
กำลังไฟ : 70 วัตต์
ประหยัดไฟ : เบอร์ 5
รับประกัน : ตัวเครื่อง 1 ปี / Compressor 5 ปี
ราคา : 4,220 บาท
พิกัดไปซื้อ : Shopee
HISENSE รุ่น RR195D4AR1
โดดเด่นมาแต่ไกล ขนาดใหญ่เกือบ 6 คิว ดีไซน์ทันสมัยสีแดงแปร๊ด แข็งแรงด้วยชั้นวางของแบบกระจกนิรภัย ที่ออกแบบมาให้วางของต่าง ๆ ได้อย่างลงตัว แถมมีบริการส่งและติดตั้งฟรีอีกต่างหาก
ยี่ห้อ : HISENSE
ขนาด/ความจุ : 5.9 คิว / 150 ลิตร
กำลังไฟ : 80 วัตต์
ประหยัดไฟ : เบอร์ 5
รับประกัน : ตัวเครื่อง 3 ปี / Compressor 5 ปี
ราคา : 4,990 บาท (ลดจาก 5,490 บาท)
พิกัดไปซื้อ : Powerbuy
❄️❄️❄️
แต่ละร้านก็มักจะขนตู้เย็นมาลดราคากันอยู่ตลอด ๆ
#ชี้เป้า อยากให้ทุกคนลองเช็คราคาของตู้เย็นรุ่นที่อยากได้จากหลายแหล่ง
และควรเลือกร้านที่มีบริการจัดส่งที่มีคุณภาพด้วย เพราะตู้เย็นอาจเกิดการชำรุดเสียหายได้
นอกจากนี้ การรับประกันทั้งตัวเครื่องและคอมเพรสเซอร์ ก็เป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญมาก ๆ ด้วยนะ
❄️❄️❄️
ขอบคุณแหล่งที่มาของข้อมูล : การไฟฟ้านครหลวง, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, Kapook, Sanook, HomePro ThePower, TerraBKKและ LG



