#ชี้เป้า รีวิวทริปบินกับ AirAsia สำหรับมือใหม่อยากเที่ยว
วันนี้ #ชี้เป้า จะมารีวิวการเที่ยวด้วยสายการบินแอร์เอเชียกันนน ตั้งแต่การเตรียมตัว การเช็คอิน ไปจนถึงรีวิวบรรยากาศบนเครื่องกัน เอาเป็นว่าไม่พูดมากความ ไปดูกันเลยว่าบินกับแอร์เชียต้องทำยังไงกันบ้างงง
วิธีการเตรียมตัวก่อนบินกับแอร์เอเชีย
อาหาร
ก่อนที่จะจองตั๋วกับแอร์เอเชียนั้น ก่อนอื่นต้องรู้ไว้ก่อนเลยว่า สายการบินนี้ไม่มีอาหาร เครื่องดื่ม หรือของกินเล่นใด ๆ แจกบนไฟลท์นะเออ เพราะงั้นสำรวจไว้ล่วงหน้าเลยว่า เที่ยวบินที่เราจะไปบินกี่ชั่วโมง และตัวเราเองจะทนไหวมั้ย แต่สำหรับเที่ยวบินชั่วโมงนิด ๆ ในประเทศ อาจจะเป็นอะไรที่ไม่จำเป็นมากนัก อันนี้เป็นสะดวกส่วนตัวเลย
ซึ่งในหน้าของการจองตั๋วเครื่องบินจะมีให้เราเลือกตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่ถ้าใครอยากมาเพิ่มทีหลัง ก็สามารถซื้อเพิ่มได้นะ โดยราคาอาหารจะเริ่มต้นที่ 100 บาท และปรับเปลี่ยนเมนูไปตามเที่ยวบิน
ซึ่งการไปซื้ออาหารบนเครื่องบินเนี่ย จะแพงกว่านิดหน่อย ประมาณ 50 บาทขึ้นไป หรือจะกินน้ำก็มีให้ซื้อบนเครื่องด้วย แต่ขอบอกว่าแอบแพงเหมือนกันนะ
เมนูที่เราสั่งได้จากแอร์เอเชีย ตามนี้เลยยย

สามารถเช็คเมนูอาหารแต่ละเที่ยวบินได้ที่นี่เลย : https://www.airasia.com/th/th/inflight-comforts/hot-meals.page
กระเป๋าเดินทาง
สำหรับเรื่องของกระเป๋าเดินทางก็เป็นอีกเรื่องสำคัญที่ต้องรู้ เพราะแอร์เอเชียเป็นเจ้าเดียวที่ไม่ให้โหลดกระเป๋าฟรีนะเออ อ้าว แล้วถ้าไม่ฟรี จะมีกฏเกณฑ์การขนกระเป๋ากันยังไง มา ๆ ไปฟังกันต่อ
ในกรณีที่เราไม่อยากโหลดกระเป๋าต้องแน่ใจก่อนว่า กระเป๋าของเรานั้นจะต้องเป็นไปตามกฏของสายการบิน
ซึ่งอนุญาติให้เราสามารถมี กระเป๋าใบใหญ่ขึ้นเครื่องได้ 1 ใบ และกระเป๋าใบเล็กอีก 1 ใบ

กระเป๋าพกพาใบแรกต้องมีขนาดไม่เกิน 56 ซม. x 36 ซม. x 23 ซม. (รวมกับด้ามจับ ล้อ และกระเป๋าด้านข้าง) และต้องเป็นกระเป๋าที่เก็บไว้ในช่องเก็บของบนเครื่องบินได้

ส่วนกระเป๋าใบเล็กจะต้องเป็นกระเป๋าที่มีขนาดไม่เกิน 40 ซม. X 30 ซม. X 10 ซม. โดยอาจจะเป็นกระเป๋าใส่คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก กระเป๋าถือ เป้สะพายหลัง อะไรก็ตามแต่ แต่ต้องเป็นใบที่เล็กพอจะเก็บไว้ใต้เก้าอี้ได้นะ
และน้ำหนักรวมทั้งสองใบต้องไม่เกิน 7 กก.

ถ้าหากว่าน้ำหนักเกิน เชิญข้อต่อไปได้เลยยยย
สำหรับคนที่ต้องการโหลดกระเป๋า สามารถซื้อน้ำหนักกระเป๋าได้ตั้งแต่ 15 กก. ขึ้นไป จนถึง 40 กก. เลย โดยสามารถซื้อได้ตั้งแต่จองครั้งแรก หรือจะมาซื้อแยกทีหลังก็ได้นะ
แต่แนะนำเน้น ๆ เลยว่า พยายามอย่าได้ไปซื้อน้ำหนักโหลดกระเป๋าที่หน้าเคาน์เตอร์ เพราะมันแพงมากกก แพงกว่าปกติเป็นเท่าตัวเลยล่ะ แถมโหลดได้แค่ 15 กก.เท่านั้นด้วย เพราะงั้นคำนวนเผื่อน้ำหนักกระเป๋าตัวเองไว้ดี ๆ น้า
ทีนี้ มาดูกันดีกว่าว่า ค่าโหลดกระเป๋าของแอร์เอเชียมีราคาเท่าไหร่กันบ้าง ตามตารางด้านล่างเลยยย

โดยกระเป๋าแต่ละชิ้นจะต้องมีขนาดโดยรวม ไม่เกิน 319 ซม. (สูง + กว้าง + ลึก) และ น้ำหนักแต่ละชิ้นไม่เกิน 32 กก. นะ ใครจะโหลดละก็ แบ่งกระเป๋ากันดี ๆ นะเออ
https://www.airasia.com/th/th/baggage-info/checked-baggage.page
เช็คอินยังไง?
การเช็คอินของแอร์เอเชียนั้นนน มีด้วยกัน 2 วิธีเป็นหลัก ๆ นั่นก็คือ
1. เช็คอินออนไลน์ผ่านเว็บ/แอพ
2. เช็คอินที่เคาท์เตอร์
โดยเราจะมาเล่าในแต่ละวิธีให้ฟังกันแบบละเอียดยิบแบบไม่มีพลาดแน่นอน
ปะ ไปเริ่มกันเลยยย!
- เช็คอินออนไลน์ผ่านเว็บ/แอพ
เหมาะสำหรับใครที่กลัวไปสาย กลัวรถติด กลัวคิวยาวแบบสุด ๆ เป็นวิธีที่ซื้อความสบายใจได้ดีมาก ซึ่งจะสามารถเช็คอินได้ตั้งแต่ 2 สัปดาห์ก่อนถึงเวลาบินเลยแหละ เลทสุด ๆ คือ 1 ชั่วโมงก่อนเวลาบิน
วิธีการเช็คอินก็ง่ายมาก ๆ
สำหรับเว็บไซต์ สามารถเข้าไปเช็คอินได้ที่ https://www.airasia.com
ที่มุมขวาของเว็บไซต์ จะมีแท็บเช็คอินให้ เราแค่ใส่ เมืองต้นทาง หมายเลขสำรอง และนามสกุลผู้จอง ก็เช็คอินได้ทันทีเลย

สำหรับแอพพลิเคชั่น ล็อคอินเข้าระบบแล้วเข้าไปที่หน้า Check-In จากนั้นกดที่เช็คอินได้เลย ง่ายมาก ๆ

โดยหลังจากเช็คอินเรียบร้อยแล้ว สามารถพิมพ์ Boarding Pass และแท็กกระเป๋าจากที่บ้านได้เลย หรือถ้าไม่มีเครื่องปริ้นท์ละก็ มาปริ้นท์ได้ที่ตู้คีออส ที่สนามบินได้เหมือนกันนะ เดี๋ยวจะอธิบายต่อในข้อถัดไปนะ
- เช็คอินที่เคาท์เตอร์
สำหรับสายชิล วางแพลนมาดี ไม่มีสายแน่นอน (หรือลืมเช็คอินจากที่บ้าน 5555555) สามารถมาเช็คอินที่สนามบินได้เลย โดยเราจะได้เช็คอินผ่านตู้คีออส ซึ่งสามารถทำได้ด้วยตัวเองง่าย ๆ แค่มี รหัสการจอง และนามสกุลเท่านั้นเอง
ต่อจากนี้จะเป็นวิธีการเช็คอินแบบละเอียดยิบ ๆ เดินเข้าไปแบบโปร ๆ ได้เลยยย
สำหรับเที่ยวบินในประเทศ ของแอร์เอเชียจะมีแค่ที่สนามบินดอนเมืองเท่านั้น เพราะงั้นตรงดิ่งมาที่ดอนเมือง อาคารผู้โดยสารขาออกในประเทศ ได้เลยยย ลงที่ประตู 9 หรือ ประตู 10 ก็ได้ สำหรับ 2 ประตูตรงนี้จะเป็นโซนเช็คอินของแอร์เอเชียโดยตรงเลย ลงเป๊ะ ๆ จะได้ไม่เดินไกลลล


หลังจากเข้ามาแล้ว จะเห็นเคาน์เตอร์แอร์เชียแดงแจ๋ เดินเลยเคาน์เตอร์มา จะเจอตู้คีออสสีแดง ๆ ตรงนี้เลยที่เราจะเช็คอินกันนน

เข้ามาแล้วก็ใช้งานได้เลย สำหรับตู้คีออสนี้จะใช้สำหรับเช็คอิน , พิมพ์ Boarding Pass และ พิมพ์แท็กกระเป๋า สามารถจัดการทุกอย่างได้ในตู้เดียว แค่มีรหัสจองกับนามสกุลเราเท่าน้านนน
ซึ่งใครที่จะโหลดกระเป๋า อย่าลืมปริ้นท์แท็กกระเป๋าตรงนี้ก่อนนะ

ใครไม่แน่ใจน้ำหนักกระเป๋า ชั่งน้ำหนักก่อนตรงนี้ มีเครื่องชั่งให้เรียบร้อยแล้ว

สำหรับคนที่จะโหลดกระเป๋า หลังจากพิมพ์แท็กกระเป๋าแล้ว กลับมาที่เคาท์เตอร์แล้วเข้าไปโหลดกระเป๋าได้เลย ซึ่งเคาน์เตอร์แอร์เอเชียจะเปิดให้บริการ 2 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง และปิดให้เช็คอิน 45 นาทีก่อนออกเดินทาง เตรียมบัตรประชาชนยื่นพร้อมแท็กกระเป๋าที่พิมพ์มาได้เลย เป็นอันเสร็จ

ขึ้นเครื่องยังไง? ไปทางไหนต่อ?
อ่านไกด์ไลน์สำหรับมือใหม่ขึ้นเครื่องบินครั้งแรกที่นี่เลย
https://article.redprice.co/guideline-for-airport/
บนเครื่องเป็นยังไงบ้าง?
ส่วนตัวคิดว่า เครื่องบินค่อนข้างลำเล็ก พื้นที่แคบตามสไตล์ของสายการบินโลว์คอสแหละนะ
ตรงนี้ไม่ติดใจอะไรมาก ถ้าเทียบกับราคาที่จ่าย
สำหรับที่นั่ง เบาะบนเครื่องบินเป็นแบบหนัง ๆ ไม่นิ่มนะ และระยะห่างระหว่างเบาะกับเก้าอี้ จะประมาณนี้เลย

ส่วนตัวคิดว่าค่อนข้างแคบ ปรับเอนนอนก็แคบไปอีก นั่งไม่ค่อยสบายตัวเท่าไหร่

ด้านการบริการ สำหรับคนที่สั่งอาหารไว้ล่วงหน้า แอร์โฮสเตสจะเริ่มเสิร์ฟอาหารประมาณ 10 – 15 นาทีหลังจากเครื่องขึ้นแล้ว ต้องแสดง Boarding Pass แอร์โฮสเตสก่อนถึงจะได้รับอาหารนะ
ถ้าไม่ได้สั่งอะไรล่วงหน้า ก็มีเครื่องดื่มและอาหารขายบนเครื่องบินด้วย ซึ่งจะดูเมนูได้จากช่องใส่เอกสารด้านหน้าเราเลย อาจจะต้องอาศัยความไวในการเรียกแอร์นิดนึง เพราะแอร์เข็นรถเร็วมาก 55555
มาถึงการรีวิวแอร์โฮสเตสกันบ้างงงง เริ่มจากความสวยงามก่อนน 55555 ต้องบอกว่าแอร์โฮสเตสแอร์เอเชียนั้น ค่อนข้างเป็นสไตล์ไทย ๆ หมวยนิด ๆ เรื่องการให้บริการ แอร์ที่นี่ค่อนข้างเป็นกันเองอยู่นะ บินด้วยแล้วไม่อารมณ์เสียเลย เท่าที่เจอมานะ
อีกเรื่องคือ บนเครื่องไม่มีจอทีวีหรือเพลง หรืออะไรระหว่างบินนะเออ นั่งฟังเสียงเครื่องบินได้อย่างเดียวจ้า
สถิติการดีเลย์
จากที่เจอมาเองนั้น มีดีเลย์บ้างเหมือนกัน แต่ดีเลย์เพราะสภาพอากาศไม่เป็นใจด้วยล่ะ ยังไม่เคยเจอดีเลย์แบบหนักหนาสุด ๆ กับตัวเองนะ
จบการรีวิวสำหรับแอร์เอเชียแล้ว ใครอยากจะติดตามโปรใหม่ ๆ เด็ด ๆ จากแอร์เอเชียล่ะก็
อย่าลืมโหลดแอพ RedPrice กันด้วยนะ อัพเดตโปรบินใหม่ ๆ เพียบเล้ยยย
บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง :



